‘ลูฟว์’ ที่สุดของมิวเซียมที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต
‘ลูฟว์’ ที่สุดของมิวเซียมที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต
Travel

‘ลูฟว์’ ที่สุดของมิวเซียมที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

รวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนไปสัมผัสกับความอลังการของลูฟว์

ลูฟว์ คือ ที่สุดของมิวเซียมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกมุ่งหมายจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งนั่นถูกต้องแล้วเพราะนอกจากได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมและงานศิลปะระดับโลกทุกยุคทุกสมัยแล้ว ที่นี่ยังมีอะไรดีๆที่รอให้คุณมาค้นพบอีกมาก 

คุณค่าของลูฟว์คือคอลเล็กชั่นศิลปะภายใน เริ่มจากการเป็นชาโตว์ (château) ในยุคกลางก่อนที่พระเจ้าฟร็องซัวร์ที่ 1 จะมีพระราชดำริดัดแปลงชาโตว์แห่งนี้ให้กลายเป็นพระราชวังของพระองค์ราวกลางศตวรรษที่ 16 และได้กลายเป็นพระราชวังของกษัตริย์ฝรั่งเศสมาจนถึงการปฏิวัติฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้าหลุยส์ 16

 

หนึ่งในโถงกลางของพระราชวังซึ่งดัดแปลงมาจากชาโตในสมัยพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 มีงานศิลปกรรมประดับงดงาม

ต่อมาได้มีการสร้างตึกด้าน Marsan Wing ขนานไปกับถนนริโวลี ปิดล้อมลาน Cour du Carrousel ให้พ้นจากสายตาภายนอก แต่ก็มีถนนตัดผ่านเข้ามาสู่ลานกว้างนี้ ปัจจุบันก็คือที่ตั้งมหาพีระมิดแก้วที่ออกแบบโดย I.M. Pei  แม้จะถูกต่อต้านอย่างมากว่าทำไมจะต้องมาสร้างพีระมิดใจกลางนครปารีส แต่ต้องยอมรับว่าการเข้าสู่ตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จากพีระมิดแก้วคือความสะดวกสบายและสามารถรองรับกับปริมาณคนเข้าชมลูฟว์ที่มีจำนวนมหาศาลได้

ถ้าเราเที่ยวชมลูฟว์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะมีคิวยาวพันทบไปมาด้านหน้าพีระมิดแก้ว แต่อย่าเพิ่งท้อ เขาจะระบายฝูงชนเข้าสู่ด้านล่างได้เร็วเกินคาด แม้ว่าจะต้องไปซื้อบัตรเข้าชมด้านล่างอีกทีก่อนที่จะผ่านเข้าสู่ห้องจัดแสดงในปีกตึกต่างๆ แต่ทุกเช้าก่อนลูฟว์จะเปิด เราจะเห็นคิวคนยืนรอยาวเหยียดเสมอไม่ว่าฤดูใดๆ  แต่พอถึงเวลาเปิดคนจะหายวับลงไปใต้พีระมิดแก้ว

 

เมื่อผ่านเข้ามาสู่โถงกลางหรือใต้ Cour du Carrousel เราสามารถเลือกไปเข้าชมการจัดแสดงตามปีกตึกต่างๆ อาทิ Denon Wing และ Sully Wing จะมีประติมากรรมและวัตถุโบราณของกรีกและโรมัน อียิปต์ ในชั้น 0 และ 1 และที่ Denon Wing ชั้น 2 จะมีงานศิลปะอิสลามที่ชั้น 1 ถึง 2 ส่วนใครชอบงานประติมากรรมฝรั่งเศส ควรเข้าชมด้าน Richelieu Wing ชั้น 0 ถึง1 นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝรั่งเศสที่ ชั้น 2 Sully Wing และ Richelieu Wing รายละเอียดการจัดแสดงในปีกตึกต่างๆ นี้เราสามารถดาวโหลดได้ที่เว็บไซต์ของลูฟว์ หรือขอแผ่นพับที่เคาน์เตอร์สอบถามที่โถงกลางใต้พีระมิดแก้ว

ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมลูฟว์มือเก่าหรือมือใหม่ควรไปที่เคาน์เตอร์ Information วงกลมขนาดใหญ่ เพื่อดูแผ่นพับที่สนใจและสอบถามรายละเอียดต่างๆ แม้แต่ห้องนิทรรศการบางห้องที่ปิดในวันนั้นๆ แม้เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์สอบถามอาจจะมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ยิ้มสยามเท่าไร แต่ประกอบด้วยคนหลายชาติหลายภาษา เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะให้รายละเอียดต่างๆ ที่เราต้องการทราบ แม้แต่แผนที่ที่จะชมมาสเตอร์พีซของลูฟว์ คือ โมนาลิซ่า ประติมากรรมปีกแห่งชัยชนะแห่งเกาะซาร์โมทราซ (Victory of Samothrace) รวมทั้งวีนัสแห่งมิโล ฯลฯ ในแบบรวบรัด ไม่ต้องเดินหลงทางไปส่วนอื่นๆ หรือถ้าใช้ iPhone และ Android สามารถโหลดแอพพลิเคชั่น ‘My Visit to the Louvre’ เพื่อจะใช้เป็นไกด์สำหรับการเดินชมลูฟว์ได้

แผนที่สำหรับการเดินชมงานศิลปะในลูฟว์สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดมา  หรือใช้แผ่นพับ เราจะไม่หลงทางและได้ชมงานศิลปะที่ตั้งใจไว้ ในลูฟว์มีทางเข้าสำหรับคนใช้รถเข็นคนพิการ มีลิฟท์ที่เชื่อมไปยังชั้นต่างๆ เป็นมิวเซียมที่อำนวยความสะดวกให้คนใช้รถเข็นคนพิการ รวมทั้งมีบริการรับฝากสัมภาระ เสื้อโค้ท หรือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

MUST SEE

 

นอกจากรอยยิ้มปริศนาของโมนาลิซ่า ที่ลูฟว์มีผลงานจิตรกรรมชิ้นสำคัญๆที่ควรชมเพราะคือชิ้นเอกของโลกจริงๆ

อย่างผลงานของ Théodore GÉRICAULT ศิลปินยุคโรแมนติกทางศิลปะ ที่ไม่ได้หมายถึงภาพหวานละมุน แต่หมายถึงการทำงานศิลปะที่สะเทือนอารมณ์อย่างภาพ  The Raft of the Medusa ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในค.ศ.1816 เมื่อเรือฟรีเกตของกองทัพเรือฝรั่งเศสอับปางลงขณะมุ่งหน้าสู่เซเนกัลความที่ปราศจากเรือชูชีพทำให้ต้องต่อแพกันเอง จากเจ้าหน้าที่บนเรือจำนวน 150 คน มีผู้เหลือรอดจากการใช้ชีวิตบนแพที่ต่อเองเพียงแค่ 10 คน จากการล่องลอยในทะเลถึง 13 วันถึงได้รับการช่วยเหลือ และมีคำถามว่าพวกเขากินอะไรเพื่อประทังชีวิต เพราะสิ่งที่อยู่บนแพนั้นก็คือซากศพของคนที่ล้มตายไปด้วยการอดอาหารในแต่ละวัน ตัวศิลปินได้วาดภาพนี้จากการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต 2 คนและ การจัดวางองค์ประกอบภาพนี้แม้จะสะท้อนความหดหู่สิ้นหวังแต่ก็ยังมีความหวังอยู่ในภาพ ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพไอคอนของยุคโรแมนติกของวงการศิลปะ

และผลงานของ Eugène DELACROIX ที่เราอาจจะคุ้นตานั่นก็คือ July 28: Liberty Leading the People หรือประชาธิปไตยนำฝูงชน ที่บางคนเห็นภาพนี้ในสื่อต่างๆ แต่ไม่ทราบว่าภาพนี้เป็นงานที่แสดงในลูฟว์ ภาพนี้เดอลาครัวซ์ จับเอาเหตุการณ์ที่ถือเป็น 3 วันอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงของฝรั่งเศสและสิ้นสุดการปกครองระบอบกษัตริย์อย่างแท้จริง ทั้งสองภาพที่กล่าวถึงนี้อยู่ที่ชั้น 1 Denon Wing

 

นอกจากนี้ในส่วนประติมากรรมของอิตาลียังมีชิ้นงานสำคัญๆ โดย Antonio CANOVA ศิลปินเอกยุคนีโอคลาสสิกที่สลักเสลาหินอ่อนได้เหมือนมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานในท่ายืนที่อ่อนช้อยของ Cupid and Psyche หรือประติมากรรมยุคกรีก Sleeping Hermaphroditos ที่ชั้น G ของSully Wing ที่ดูเผินๆ ก็เป็นงานประติมากรรมสตรีนอนพังพาบหันหลังมีส่วนโค้งเว้าสวยงามอ่อนช้อย แต่หากจ้องมองไปยังของสงวนของเธอจะเห็นว่าเป็นเพศชาย  เฮอร์มาโฟรไดท์คือบรรพบุรุษของกะเทยแท้ ส่วนใหญ่คนมักจะมองผ่านประติมากรรมหินอ่อนนี้ไปดู The Rebellious Slave โดย Michelangelo ที่ Michelangelo Gallery ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจาก Galerie Mollien มาใช้ชื่อนี้เพราะความมีชื่อเสียงของประติมากรรมชิ้นนี้ที่ Denon Wing นั่นเอง

 

ลูฟว์มีงานชิ้นเอกมากมายที่เดินชมวันเดียวก็ไม่ครบถ้วน การศึกษาจากเว็บไซต์ของลูฟว์ก่อนไปชมจริงจะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเดินไปชมสิ่งใด

         

IN THE KNOW

1. การซื้อบัตรเข้าชมลูฟว์ สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรเข้าชม ด้านล่างพีระมิดแก้ว หรือจะซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าที่เว็บไซต์ www.louvre.fr  การซื้อตั๋วล่วงหน้าต้องเลือกวันและเวลาที่ต้องการเข้าชม โดยจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น พิมพ์เอกสารยืนยัน และนำไปทางเข้าด้านพีระมิดแก้วก่อนเวลาที่คุณเลือกไว้ราวครึ่งชั่วโมง เพราะบัตรนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องเข้าคิวยาวซื้อบัตรชมลูฟว์แต่คุณต้องผ่านการตรวจรักษาความปลอดภัยตรงทางพีระมิดแก้ว

2. ช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนจะเป็นวันที่ทุกคนสามารถเข้าชมนิทรรศการถาวรในลูฟว์ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าเข้าชม ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนฝรั่งเศสจะได้รับสิทธิ์นี้

3. ภายในลูฟว์มีร้านอาหารแบบคาเฟทีเรียที่มีอาหารนานาชาติที่จะช่วยให้ประหยัดเวลาในการรับประทานอาหาร แต่ก็มีร้าน PAUL และ ANGELINA ร้านหลังนี้เคยมาเปิดที่บ้านเราและได้ชื่อว่าช็อกโกแลตร้อนอร่อย ร้านดั้งเดิมก็อยู่บนถนนริโวลี ด้านหน้าลูฟว์ แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลาชมลูฟว์ อย่านั่งร้านอาหารที่มีบริกรเพราะจะใช้เวลาค่อนข้างนานตามแบบฝรั่งเศส คาเฟทีเรียของลูฟว์อาหารรสชาติใช้ได้ ไม่แย่

4.ร้านค้าต่างๆ ในลูฟว์จะหยุดวันอังคาร แม้มิวเซียมจะเปิดทุกวัน ร้านหนังสือ ร้านจำหน่ายของที่ระลึกเป็นสิ่งที่ควรแวะชม ในวันอาทิตย์ที่ห้างร้านต่างๆ ในฝรั่งเศสจะหยุดให้บริการ เรามาช้อปปิ้งได้ที่ลูฟว์ ในชั้นใต้ดินของ Carrousel du Louvre  มีร้านเก๋ๆ อย่าง Pylones ของใช้ของดีไซน์สีสดสวยแปลก ร้านกระเป๋า Freitag  และApple Store เป็นอาทิ

5. ลูฟว์เป็นสถานที่ที่ให้คุณไม่ต้องเสียใจเมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจหรืออากาศด้านนอกหนาวจัดหิมะตก เพราะในลูฟว์มีทั้งงานศิลปะชิ้นสำคัญๆ ของโลก รวมทั้งมีร้านให้คุณได้ช้อปปิ้งได้แม้แต่วันอาทิตย์ที่ร้านอื่นๆ ปิดหมด

HOW TO GET THERE

การบินไทยมีเที่ยวบินตรงสู่ปารีส คลิกดูตารางการบินหรือสำรองที่นั่งได้ที่ www.thaiairways.com โทร. 0 2356 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

Musée du Louvre, 75001 Paris http://www.louvre.fr

เวลาเปิดทำการ วันจันทร์ พฤหัสบดี เสาร์และอาทิตย์ 09.00-18.00 น. วันพุธและวันศุกร์ 09.00-21.45 น. วันอังคารปิดให้บริการ

ทางเข้าลูฟว์ สามารถเข้าได้จากทางเข้าหลัก Pyramid และ Galerie du Carrousel  ทางเข้าด้านPassage Richelieu และทางเข้าPorte des Lions ทั้ง 3 ทางเข้านี้เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคารที่ลูฟว์ปิด ถ้าจะใช้ทางเข้าด้าน Passage Richelieu คุณต้องมีบัตร Paris Pass หรือParis Museum Pass คิวด้านนี้จะไม่ยาว

Metro สถานี Louvre – Rivoli สาย 1 และ สถานี Palais Royal – Musée du Louvre สาย 1 และสาย 7

AROUND THE CORNER

Angelina

226 Rue de Rivoli, 75001 Paris โทร.+33 1 42 60 82 00 www.angelina-paris.fr

แม้จะมีร้านในลูฟว์ แต่แค่ข้ามถนนริโวลีมาฝั่งตรงกันข้ามจากลูฟว์ ก็เป็นที่ตั้งของร้านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องช็อกโกแลตร้อนและขนมมงต์บลังที่เก่าแก่กว่า 114 ปี แนะนำให้มารับประทานน้ำชาที่ร้านนี้ สั่งเอแคล์ดีไซน์สวยๆ มาการองหรือมงต์บลัง (ขนมครีมเกาลัด) มารับประทานคู่กับชา ส่วนช็อกโกแลตร้อนที่มีชื่อเสียงนั้นรสชาติค่อนข้างหวาน มีเมนูอาหารกลางวันด้วย รสชาติอร่อย

Le Grand Véfour

17 Rue de Beaujolais, 75001 Paris +33 1 42 96 56 27 www.grand-vefour.com

ร้านสุดหรูที่มีประวัติอันยาวนานมาตลอด 200 ปีเกี่ยวข้องกับคนดังระดับโลกที่มาเยือนปารีสก็มักจะมารับประทานอาหารที่นี่ รวมทั้งเป็นร้านโปรดของโกโก้ ชาเนล และไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณจะพบคาร์ล ลากาเฟลด์ ที่นี่  อาหารรสเลิศหรูภายใต้การดูแลของเชฟ Guy Martin ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตัวร้านตกแต่งอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของปารีส

Spring

6 rue Bailleul, 75001 Paris +33 1 45 96 05 72 www.springparis.fr

ร้านอาหารฝรั่งเศสโดยเชฟ Daniel Rose ให้บริการเฉพาะมื้อเย็น อาหารจะเสิร์ฟเป็นเซ็ต 4 คอร์ส  เปลี่ยนเมนูทุกๆ เดือน โดยใชัวัตถุดิบในช่วงนั้นๆ  มีไวน์จับคู่กับอาหาร เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มกินแบบฝรั่งเศสยุคนี้ เชฟจะรังสรรค์อาหารทั้งเซ็ตนั้นให้มีความต่อเนื่องกลมกลืนกันจนจบคอร์ส

ติดตามที่สุดของมิวเซียมกว่า 50 แห่งใน 6 ทวีปทั่วโลกกับการท่องเที่ยวแบบเฟิร์สต์คลาสได้ที่ HELLO! Travel ปี 2017 วางแผงแล้ววันนี้ !

หรือติดตามฉบับดิจิตอลได้ทาง  https://shop.burdathailand.com 

และ http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO

........................................................................................

Credit Photos : Getty Images , Pongpol Wathakul , Robert Harding