ภูวนารถผู้มิทรงเคยละทิ้งประชาชน ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
ภูวนารถผู้มิทรงเคยละทิ้งประชาชน ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
Royalty

ภูวนารถผู้มิทรงเคยละทิ้งประชาชน ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัย ส่งดวงพระวิญญาณพระองค์เสด็จฯสู่สวรรคาลัย

ในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติประเทศไทยในฐานะพระอนุชาและทรงเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ต้องทรงสูญเสียสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชที่ทรงรักและสนิทสนมกันอย่างที่สุดทำให้พระองค์ทรงรู้สึกรันทดพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 เป็นวันที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในพระฐานันดรของพระมหากษัตริย์พระองค์ที่9 แห่งราชวงศ์จักรีโดยที่ไม่ได้เตรียมพระราชหฤทัยเอาไว้นั้นได้ทรงบรรยายความรู้สึกเมื่อเสด็จขึ้นรถพระที่นั่งแล้วมีราษฎรได้ตะโกนประโยคประวัติศาสตร์ที่ว่า...‘ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน’ ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า ‘ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้’

เป็นที่น่าประหลาดว่าต่อมาอีกประมาณ 20 ปี ทรงพบว่าชายที่ร้องตะโกนกราบบังคมทูลพระองค์ไม่ให้ทิ้งประชาชนนั้นเป็นพลทหารและในปัจจุบันเขาออกไปทำนาอยู่ในต่างจังหวัด เขากราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่ทรงทิ้งราษฎร เขากราบบังคมทูลว่าตอนที่ร้องไปนั้นเขารู้สึกว้าเหว่และใจหายที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จฯไปจากเมืองไทยกลัวจะไม่เสด็จฯกลับมาอีกเพราะคงจะทรงเข็ดเมืองไทยเห็นเป็นเมืองที่น่าสยดสยอง เขาดีใจมากที่ได้เฝ้าฯอีกโดยเขากราบบังคมทูลถามว่า

“ท่านคงจำผมไม่ได้ผมเป็นคนที่ร้องไม่ให้ท่านทิ้งประชาชน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า “นั่นแหละทำให้เรานึกถึงหน้าที่จึงต้องกลับมา...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่จะทรงเสียสละความสุขสบายส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนทรงใช้เวลาว่างจากพระราชภารกิจเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารต่างๆไม่ว่าจะทรงลำบากสักเพียงใดเมื่อทรงพบกับราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จก็จะมีพระราชดำรัสไต่ถามทุกข์สุขอย่างใกล้ชิดสนิทสนม พร้อมกับพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎรอย่างทั่วถึงทรงแก้ไขปัญหาของราษฎรให้ลุล่วงทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

ทั้งๆที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แต่ว่าพระองค์กลับทรงอ่อนน้อมถ่อมพระองค์ไม่ทรงถือพระองค์เลยเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนประชาชนก็ตรัสกับประชาชนอย่างเป็นกันเองมาก ทรงน้อมพระองค์เข้าไปหาชาวบ้านที่มารับเสด็จพระราชจริยวัตรของพระองค์ดูนุ่มนวลเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

“ภาพที่เหล่าข้าราชบริพารและข้าราชการที่ถวายงานรับใช้พระองค์ท่านพบเห็นมาโดยตลอดก็คือพระองค์ท่านทรงมุ่งที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในชนบทพระองค์ท่านมักเสด็จฯไปประทับตามภูมิภาคต่างๆคราวละหลายๆเดือนเสด็จฯทั้งปีเสด็จฯออกแถบทุกวันเสด็จฯไปเยี่ยมเยียนประชาชนพระราชทานสิ่งของพระราชทานโครงการพระราชทานงานความยากลำบากของพระองค์ท่านนี่ไม่น้อยหรอกครับเสด็จฯออกไปในชนบทนี่ไม่มีสบายทรงเสียสละพระวรกายทรงงานด้วยความเหนื่อยยากแต่ว่าพระองค์ท่านไม่ได้คำนึงถึงความเหนื่อยยากเหล่านี้เลยกลับทรงสนุกกับการทรงงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนพระองค์ท่านมักจะรับสั่งว่า ‘ฉันสนุกกับการทำงาน’ พระองค์ท่านไม่เคยตรัสว่าเหนื่อยแต่ภาพที่พวกเราเห็นอยู่เสมอเวลาที่พระองค์ทรงงานก็คือพระเสโท(เหงื่อ)ที่ชุ่มโชกฉลองพระองค์คือเสด็จฯไปทุกภาคทุกพื้นที่เป็นเวลานับสิบๆปีไม่เคยทรงเบื่อหน่ายพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนไม่ได้ทำเพื่อพระองค์เองแล้วก็ไม่เคยไปเกี่ยวข้องวอแวกับรัฐบาลมีแต่ทรงงานเพื่อช่วยรัฐบาล”

(บทสัมภาษณ์นายปราโมทย์ไม้กลัดใน ASTV ผู้จัดการรายวัน วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2554)

TAGS: