‘เจ้าชายวิลเลี่ยม’ ทรงเฟสไทม์กับ ‘เลดี้ กาก้า’ ในภารกิจ #oktosay
‘เจ้าชายวิลเลี่ยม’ ทรงเฟสไทม์กับ ‘เลดี้ กาก้า’ ในภารกิจ #oktosay
View Gallery
Royalty

‘เจ้าชายวิลเลี่ยม’ ทรงเฟสไทม์กับ ‘เลดี้ กาก้า’ ในภารกิจ #oktosay

เจ้าชายวิลเลี่ยม ทรงร่วมมือกับ 'เลดี้ กาก้า' กระตุ้นให้ผู้คนออกมาเปิดใจพูดคุยเพื่อยุติบาดแผลในจิตใจ

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงร่วมมือกับ เลดี้ กาก้า ในการกระตุ้นให้ผู้คนออกมาเปิดใจพูดเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตเพื่อยุติบาดแผลในจิตใจ ในภารกิจการบันทึกวิดีโอ #oktosay ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Heads Together การเฟสไทม์นี้ถ่ายทอดสดนี้ผ่านเฟสบุ๊ก Royal Family เจ้าชายวิลเลี่ยมสำราญพระทัยกับการเฟสไทม์กับเลดี้ กาก้า ในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน ส่วนเลดี้ กาก้า อยู่ที่บ้านในลอสแอนเจลิส พระองค์มีรับสั่งกับเธอเกี่ยวกับเรืื่องวิดีโอที่มีอิทธิพลซึ่งปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ เป็นการเปิดเผยเรื่องราวการดำเนินชีวิตและพูดคุยเรื่องปัญหาสุขภาพจิตภายใต้แคมเปญ #oktosay

ในการนี้มีรับสั่งถามเลดี้ กาก้า ถึงการเปิดเผยเรื่องราวในจดหมายที่เธอเปิดเผยผ่านทาง มูลินิธิ Born This Way ของเธอ ทำให้ทุกคนรู้ว่า เธอต้องทนทุกข์อยู่กับโรค Post Traumatic Stress Disorder ซึ่งเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ว่าเธอมีวิธีพูดออกมาอย่างไร และมันทำให้เธอรู้สึกอย่างไร

เลดี้ กาก้า วัย 31 ปี กราบทูลเจ้าชายวิลเลี่ยมว่า “ครั้งแรกมันทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวาย สำหรับฉันการตื่นนอนในทุกๆ วันทำให้รู้สึกเศร้า มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายออกมายาก มีความน่าอับอายอยู่มากซึ่งติดอยู่กับความเจ็บปวดทางใจ แล้วคุณก็รู้สึกได้ว่ามีความผิดปกติกับคุณ” ดยุคแห่งเคมบริดจ์ประทับพระทัยเป็นอย่างมากกับการเปิดเผยในจดหมายนั่น และทรงเชิญชวนเลดี้ กาก้า เพื่อให้เธอมามีส่วนร่วมกับแคมเปญ Head Together

นักร้องสาวชาวอเมริกันเพิ่มเติมอีกว่า “ในชีวิตของฉัน ฉันจะมองทุกอย่างที่ฉันมีให้เป็นสิ่งที่สวยงาม ฉันจะต้องมีความสุข แต่มันก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหากว่าตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วคุณรู้สึกเหนื่อยมาก รู้สึกเศร้ามาก และรู้สึกเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ซึ่งคุณควรจะคิดให้น้อยลง และคิดว่านี่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และมันจะโอเค” เจ้าชายวิลเลี่ยม ทรงเป็นผู้มีตำแหน่งสูงสุดในแคมเปญ Heads Together ซึ่งมีพระดำริจัดตั้งขึ้นร่วมเจ้าชายแฮร์รี่ และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงยกย่องนักร้องสาวกับความจริงใจของเธอ

ดยุคแห่งเคมบริดจ์มีรับสั่งต่อว่า “มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องออกมาพูดถึงความรู้สึกเกี่ยวกับสุขภาพจิตให้เป็นเรื่องปกติ ให้เหมือนกับสุขภาพกาย” พระองค์มีรับสั่งกับเธอ “ทุกคนมีปัญหาสุขภาพจิตและอย่าอายที่จะเปิดเผย เพียงแค่พูดคุยกับเพื่อน หรือคนในครอบครัว มันสร้างความแตกต่างได้จริงๆ สำหรับข้าพเจ้าแล้ว เรื่องเล็กน้อยที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาจนถึงตอนนี้คือการออกมาพูดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณจะไม่ถูกตัดสิน”

เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงมีบทเรียนเรื่องการ ‘ไม่พูด’ จากพระอนุชา เจ้าชายแฮร์รี่ ที่มีการเปิดเผยว่า พระองค์เคยมีพระอาการโรคซึมเศร้า ทรงเก็บกด โดยทรงไม่นึกถึงการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาอย่างหนักเกือบมา 20 ปีที่ผ่านมา ทรงไม่เปิดเผยพระอาการเสียพระทัย จนถึงขั้นต้องทรงพบจิตแพทย์

เจ้าชายวิลเลี่ยมจะทรงพบกับเลดี้ กาก้า ที่สหราชอาณาจักรในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อทรงพูดคุยเรื่องการทำงาน และการแก้ปัญหาบาดแผลสุขภาพจิต เลดี้ กาก้าทิ้งท้ายว่า “เราต้องเข้มแข็งที่สุด และพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะสามารถทำให้เรามีสุขภาพจิตปกติ

...............................................................................................................................................................

Cr. Royal Family

TAGS: