‘26 ตุลาคม 2560’ น้อมส่งพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
‘26 ตุลาคม 2560’  น้อมส่งพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
Royalty

‘26 ตุลาคม 2560’ น้อมส่งพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เคลื่อนผ่านเสียงสะอื้นของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ

แล้ววันที่ปวงชนชาวไทยไม่อยากให้มาถึง ก็เวียนมาบรรจบอย่างยากที่จะทำใจได้  คลื่นความอาลัยรักค่อยๆ เข้าสู่บริเวณพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างไม่ขาดสาย บ้างมารอเฝ้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศโดยรอบพระเมรุมาศ  บ้างน้อมส่งใจไปสู่ท้องสนามหลวง แสดงความรักต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นดวงใจเต็มพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง และมณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปสู่พระเมรุมาศ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึงยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลื้องพระโกศทองใหญ่ ถวายตาด (ผ้าตาดทอง) คลุมพระลองเงินทรงพระบรมศพเชิญลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน ที่เกยลาเทียบประตูกำแพงแก้วแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามไปส่งที่ชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขเหนือ อัญเชิญพระบรมโกศ ด้วยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง ถวายนพปฏลมหาเฉวตฉัตรคันดาลกางกั้น โดยมี ศ.คลินิก นพ. ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ทำหน้าที่เป็นพนักงานภูษามาลาประคองพระโกศทองใหญ่ เชิญออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูสรีสุนทรและประตูเทวาภิรมย์

ริ้วขบวนที่ 1 อัญเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร  เสียงรัวกรับดังขึ้น 3 รอบ วงมโหระทึกเริ่มบรรเลง เจ้าพนักงานกางกั้นนพปฏลมหาเฉวตฉัตรเรียบร้อยแล้ว ศ. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ขึ้นนั่งร่วมประคองพระบรมโกศทองใหญ่บนพระยานมาศสามลำคานด้วย ก่อนยาตรากระบวนพระบรมราชอิสริยยศไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง ถนนสนามไชย 

 

สำหรับการจัดลำดับริ้วขบวนนี้ ประกอบด้วย ม้านำ 2 ม้า ธงสามชาย โดยมีนำริ้วอยู่ตรงกลาง ประตูหน้า มโหระทึก สารวัตรกลองมโหระทึก สารวัตรกลอง 4 นาย จ่าปี่ และจ่ากลอง ซึ่งขนาบสองข้างด้วยกลองชนะแดงลายทอง 80 นาย ต่อด้วยกลองชนะเงิน และกลองชนะทอง อย่างละ 10 นาย แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ สารวัตรแตร 2 นาย ฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดพระนำหน้า สนมเชิญพัดยศ มีเสลี่ยงกลีบบัว ประกอบบังสูรย์ทองแผ่ลวด พัดโบก

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พร้อมผู้กำกับอำนวยการริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีตำรวจหลวงซึ่งเป็นนักเรียนและครูจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยและมหาดเล็กหลวง เดินขนาบทั้งสองข้าง มีผู้บอกกระบวนถือกรับสัญญาณ ราชองครักษ์เชิญธงมหาราช ผู้กำกับพระยานมาศสามลำคาน ผู้ควบคุมคนหามพระยานมาศสามลำคาน และพระยานมาศสามลำคานอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ มีพระกลดหักทองขวาง บังสูรย์หักทองขวาง และพัดโบกประกอบ ทั้งสองข้างมีอินทร์และพรหมเชิญพุ่มดอกไม้เงิน พุ่มดอกไม้ทองประดับ พร้อมคู่เคียงราชองครักษ์ และมีทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ แซงเสด็จฯ

ตอนท้ายของริ้วขบวน มีพนักงานคุมฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง เครื่องสูงหักทองขวางหลัง ตรงกลาง ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม อัญเชิญเครื่องทองน้อย ตามด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้เชิญเรื่องราชราชอิสริยยศและเครื่องราชูปโภค ก่อนจะเป็นประตูหลัง อยู่ระหว่างนาลิวัน (พราหมณ์) ม้าพระที่นั่ง 4 ม้า และตำรวจหลวงข้างละ 4 นาย ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินในริ้วขบวน พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา  พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ  พร้อมด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ รวมกำลังพลทั้งสิ้น 965 นาย ซึ่งเป็นการเดินประกอบจังหวะเสียงกลองที่บรรเลงโดยวงดุริยางค์ เพลงมาร์ชธงไชยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ และได้มีการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภูอดุลเดช มาบรรเลงดนตรีในริ้วขบวนนี้ด้วย คือ บทเพลงยามเย็น และบทเพลงใกล้รุ่ง พร้อมอัญเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยราชครุฑพ่าท์มาอยู่ในริ้วขบวนด้วย

เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 มาถึงหน้าพลับพลายกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร บริเวณวงเวียนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป ก่อนอัญเชิญพระบรมโกศ ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ โดยเกรินบันไดนาค สำหรับความพิเศษของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในครั้งนี้ มีแถวทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ มีธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยราชครุฑพ่าท์นำ

 ราชรถน้อยหมายเลข 9874 ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารนั่งอ่านพระคัมภีร์นำพระบรมศพ

ริ้วขบวนที่ 2 มีผู้ร่วมเดินในริ้วขบวนมากที่สุดกว่า 4,000 ท่าน และเป็นริ้วขบวนที่มีความสง่างามมากที่สุด แบ่งเป็น 7 ตอนการเดิน คือ ตำรวจม้านำ 2 นาย นำกระบวนกองทหารนำในริ้วที่ 2 ตอนที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย วงดุริยางค์ วงโยทวาทิต กองพันที่ 1 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) กองพันที่ 2 (โรงเรียนนายเรือ) และกองพันที่ 3 (โรงเรียนนายเรืออากาศ), ตอนที่ 2 ประกอบด้วย โดยมีนำริ้วอยู่ตรงกลาง ประตูหน้า มโหระทึก สารวัตรกลองมโหระทึก สารวัตรกลอง 4 นาย จ่าปี่ และจ่ากลอง ซึ่งขนาบสองข้างด้วยกลองชนะแดงลายทอง 80 นาย ต่อด้วยกลองชนะเงิน และกลองชนะทอง อย่างละ 10 นาย แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ สารวัตรแตร 2 นาย , ตอนที่ 3 ราชรถน้อยพระนำ ประกอบฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดพระนำหน้า พนักงานคุมฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดพระนำหน้า ขนาบข้างสนมเชิญพัดยศ ผู้กำกับราชรถพระนำ ผู้ควบคุมพลฉุดชักราชรถพระนำ ราชรถน้อยหมายเลข 9874 ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารนั่งอ่านพระคัมภีร์นำพระบรมศพ ประกอบสัปทนตาด บังสูรย์ทองแผ่ลวด พัดโบก มีคุณอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ควบคุมราชรถพระนำ มีอินทร์และพรหมเชิญจามรทองแผ่ลวด พร้อมคู่เคียงเป็นข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ปิดท้ายด้วยผู้กำกับพลฉุกชัดราชรถพระนำหลัง ฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดพระนำหลัง พนักงานคุมฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดพระนำหลัง

ตอนที่ 4 เป็นพระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ นำโดยพนักงานคุมฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า พนักงานเชิญฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า ตามด้วยนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย และแถวตอนของผู้อำนวยการริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ผู้บอกกระบวนถือกรับสัญญาณ ราชองครักษ์เชิญธงมหาราช พล.ต.อเนก กล่อมจิตร เป็นผู้กำกับพระมหาพิชัยราชรถ พ.อ.พศิษฐ์ ภูวัตณัฐศิทธิ และพ.ท.สวรจน์ สุภเวชย์ เป็นผู้ควบคุมพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถหน้าและหลัง ขนาบข้างด้วยตำรวจหลวงซึ่งเป็นนักเรียนและครูจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยและมหาดเล็กหลวง พระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระโกศพระบรมศพ เป็นราชยานที่สำคัญในริ้วขบวนที่ 2 มีความกว้าง 4.88 เมตร ยาว 18 เมตร สูง 11.20 เมตร มีนำหนักมากถึง 13.7 ตัน จึงใช้พลฉุดชัดจำนวนมากถึง 216 นาย ประกอบด้วยด้านหน้า 172 นาย ด้านหลัง 44 นาย คุณมนต์ชัย นิลนฤนาท สารถีผู้ถวายงานรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สนองพระเดชพระคุณครั้งสุดท้าย รับหน้าที่เป็นเทวดาถือหางนกยูง มีพระกลดหักทองขวาง บังพระสูรย์หักทองขวาง พัดโบกประกอบ มีอินทร์และพรหมเชิญพุ่มดอกไม้เงินดอกไม้ทอง พร้อมคู่เคียงเป็นราชองครักษ์ และมีทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ อยู่ด้วยข้างละ 24 นาย

แถวตอนต่อมาเป็นพนักงานคุมฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง พนักงานเชิญเครื่องสูงหักทองขวางหลัง ตรงกลาง ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม อัญเชิญเครื่องทองน้อย ตามด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้เชิญเรื่องราชราชอิสริยยศและเครื่องราชูปโภค ก่อนจะเป็นประตูหลัง อยู่ระหว่างนาลิวัน (พราหมณ์) ม้าพระที่นั่ง 4 ม้า และตำรวจหลวงข้างละ 4 นาย ซึ่งช่วงท้ายของการเดินรูปกระบวนจะคล้ายกันกับริ้วขบวนที่ 1

ส่วนการเดินตอนที่ 5 มีธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยราชครุฑพ่าท์นำ ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมในริ้วขบวนนี้ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์

และตอนที่ 6 เป็นสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา อาทิ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล , ร.อ.ม.จ. นวพรรษ์ ยุคล, ท่านหญิงศรีสว่างวงศ์ ยุคล (บุญจิตราดุล), ม.จ.นภดลเฉลิมศรี ยุคล, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ล.อนุพร เกษมสันต์, ม.ร.ว.ดำรงรักษ์ เกษมสันต์, ม.ล.จิรพันธุ์ ทวีวงศ์, ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์, แถวที่ 2 ประกอบด้วย พล.ต.ม.ร.ว.วโรรส บริพัตร, รศ.นพ.ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร, พล.ต.ม.ล. สุปรีดี ประวิตร,

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสถาบัน มูลนิธิ และโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), องค์กรโรตารีในประเทศไทย, สโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพ, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, มูลนิธิชัยพัฒนา,สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์, สมาคมศิษย์เก่าเทพศิรินทร์, นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล,โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียนราชินี และโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปิดท้ายด้วยแถวตอนที่ 7 เป็นกระบวนกองทหารตาม ประกอบด้วยทหาร 2 กองพัน คือ กองพันที่ 4 ร.1 รอ. และกองพันที่ 5 ร.11 รอ.

หลังจากอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนบุษบกของพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาคแล้ว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ เป็นสัญญาณเริ่มริ้วขบวนที่ 2 จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารไปยังพระเมรุมาศ โดยยาตราขบวนไปตามถนนสนามไชย ผ่านสวนสราญรมย์ วังสราญรมย์ กระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา บนถนนราชดำเนินใน ก่อนเลี้ยงเข้าสู่ถนนเส้นกลางสนามหลวง โดยใช้จังหวะการเดินแบบเปลี่ยนเท้าปกติ ประกอบเพลงพญาโศกลอยลม โดยในริ้วขบวนนี้จะใช้รูปแบบการเดินเปลี่ยนเท้าปกติประกอบดนตรีบรรเลงโดยวงดุริยางค์ทหารบก ใน 3 บทเพลง ได้แก่ เพลงพญาโศกลอยลม เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ระยะทางรวม 890 เมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ด้วยกำลังพลทั้งสิ้น 2,406 นาย

จากนั้นเข้าสู่ริ้วขบวนที่ 3 อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย 3 รอบ)  แบ่งการเดินเป็น 3 ตอน คือ ผู้นำริ้ว ธงสามชายทั้งซ้ายและขวา ประตูหน้า มโหระทึก ขนาบข้างสนมเชิญพัดยศ ผู้กำกับเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ พนักงานควบคุมคนหามเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ มีสัปทนตาล บังสูรย์ทองแผ่ลวด และพัดโบกประกอบ ต่อด้วยเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ ซึ่งมีสมเด็จสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารโดยมีพนักงานควบคุมเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ อินทร์และพรหมเชิญจามรทองแผ่ลวด พนักงานเชิญฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดหน้า พร้อมคู่เคียงเป็นข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมขนาบทั้งสองข้าง

ตอนที่ 2 ประกอบด้วยตำรวจหลวงซึ่งเป็นนักเรียนและครูจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยและมหาดเล็กหลวง ขนาบทั้งสองข้าง ตรงกลางเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร แถวตอนผู้อำนวยการริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ กำกับผู้อำนวยการริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ผู้บอกกระบวนถือกรับสัญญาณ ราชองครักษ์เชิญธงมหาราช ตามด้วยผู้กำกับราชรถปืนใหญ่ พนักงานควบคุมพลฉุดชักราชรถปืนใหญ่ มีอินทร์และพรหมเชิญพุ่มดอกไม้เงินพุ่มดอกไม้ทอง มีคู่เคียงเป็นราชองครักษ์ พร้อมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ ขนาบทั้งสองข้าง ข้างละ 24 นาย ราชรถปืนใหญ่อัญเชิญพระโกศ มีบังสูรย์หักทองขวาง พระกลดหักทองขวาง พัดโบก ประกอบก่อนเวียนอุตราวัฏ หรือการเวียนซ้าย 3 รอบ ด้านหลัง ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม ตามด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้เชิญเรื่องราชราชอิสริยยศและเครื่องราชูปโภค มีพนักงานคุมฉัตรเครื่องหลัง พนักงานเชิญฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดหลัง ก่อนจะเป็นประตูหลังขนาบทั้งสองข้าง ต่อด้วยนาลิวัน (พราหมณ์) และตำรวจหลวงข้างละ 4 นาย ซึ่งช่วงท้ายของการเดินรูปกระบวนจะคล้ายกันกับริ้วขบวนที่ 1 และ 2

ตอนที่ 3 ของริ้วขบวนนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี   พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ  คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยคุณเดวิด วีลเลอร์ คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น ทรงร่วมและรวมในริ้วขบวนนี้ด้วย  ต่อด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ และพระประยูรญาติ สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา

ริ้วขบวนพระรามราชอิสริยยศในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นริ้วขบวนที่มีความสง่างาม การเคลื่อนขบวนเปรียบเสมือนราชรถอยู่บนหมู่เมฆ สวยงาม สมพระเกียรติ ภายในริ้วขบวน

..............................

Cr. Krit Phromsakla Na Sakolnakorn,MPC,ธนารักษ์ คุนทน, ภัทรชัย ปรีชาพานิช,พงษ์ไทย วัฒนาวนิชย์กุล ,Anuwat Dejthumrongwat  

TAGS: