ทำไม ‘โอกูตูร์’ ถึงแพงมหาศาล มาดูงานฝีมือระดับเทพกับ 10 ชุดกูตูร์ที่สุดของ SS2018
ทำไม ‘โอกูตูร์’ ถึงแพงมหาศาล มาดูงานฝีมือระดับเทพกับ 10 ชุดกูตูร์ที่สุดของ SS2018
Fashion Updates

ทำไม ‘โอกูตูร์’ ถึงแพงมหาศาล มาดูงานฝีมือระดับเทพกับ 10 ชุดกูตูร์ที่สุดของ SS2018

10 ชุดอันสวยงามที่ช่างระดับเทพต้องใช้เวลาทำงานไม่ต่ำกว่า 800 ชั่วโมง !

หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไม เสื้อผ้าระดับโอกูตูร์ของแบรนด์ดังต่างๆถึงต้องแพงเวอร์วังแบบที่คนธรรมดาสามัญไม่สามารถเอื้อมถึง วันนี้ HELLO! จึงขอพาชม 10 ชุดระดับโอกูตูร์ ผลงานของช่างฝีมือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกกันว่า ‘แลส์เปอตี้ต์แมงส์’ (Les petite mains) ช่างระดับเทพที่ใช้เพียงแค่มือเท่านั้นในการประดิดประดอยสร้างความประณีตบรรจงให้แต่ละชุดล้วนเป็นงานศิลป์ที่คุ้มค่าคุ้มราคาจนหลายคนต้องยอมรับ

Christian Dior

1.ชุดราตรีสีขาวดำลายตารางหมากรุกของ Christian Dior ซึ่งใช้ผ้าไหมออแกนซ่าสีขาวและดำรวมกันกว่า 30 เมตร ตัดด้วยมือที่เที่ยงจริงๆ ให้ออกมาเป็นผืนสี่เหลี่ยม ไล่จากเล็กไปถึงใหญ่ตามดีไซน์ แล้วนำแต่ละชิ้นมาเย็บประกอบกันเป็นลายตารางหมากรุก  เพื่อสร้างให้เป็นตัวกระโปรงสุดอลังการ์ ซึ่งใช้เวลาทำทั้งหมดกว่า 800 ชั่วโมง คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่ประการใด แต่นี่คือศิลปะของงานกูตูร์

Chanel

2.ผลงานที่ยุ่งยากพอๆ กันอีกหนึ่งชุดเป็นของ Chanel ในชุดราตรีสีนวลอมชมพู แขนเสื้อคาดปลายไหล่แบบแทงค์ท๊อป ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าชุดที่ดูเกือบเรียบตานี้ ช่างของชาแนลใช้เวลาปักเป็นจุดๆ นับรวมๆ กันได้ทั้งหมดกว่าหนึ่งแสนจุด โดยเฉพาะผ้าคาดใต้อกซึ่งใช้ลูกปัดหรือ beads เม็ดเล็กๆ ปักติดๆ กันรวมทั้งหมดกว่าสี่หมื่นเม็ด อีกทั้งตัวเสื้อใช้คริสตัลและมุกของ Swarovski ปักเพื่อสร้างลวดลายอีกกว่าหกพันเม็ด เช่นกันที่ว่าช่างของชาแนลใช้เวลากว่า 800 ชั่วโมงกับชุดนี้

 Zuhair Murad

 Zuhair Murad

3.ส่วน Zuhair Murad ให้ช่างของเขาเหล่า les peite mains ปักทั้งดิ้น เลื่อม ลูกปัด และขนนก ในลวดลายพื้นเมืองโบราณ สมตามนามของคอลเลกชั่นที่เขาตั้งไว้ว่า Ancient Tribe แต่ลายปักของเผ่าพันธุ์โบราณในที่นี้ออกเป็นลายของชาว Aztec ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของประเทศเม็กซิโก ชุดขาวก็ปักขาวทั้งชุด ที่ปักดำบนผ้าขาวหรือขาวบนผ้าดำและแดง ดูสวย ดูมีพลังขลังแรงไปด้วยเสน่ห์ทุกชุด และทั้งๆ ที่อ้างว่าเป็นความงามแบบพื้นเมืองในอดีตก็ตาม แต่ว่าดูแปลกใหม่และระยิบระยับจับตาทีเดียว

Elie Saab

4.ในขณะที่ Elie Saab ปักชุดแสนหวานของเขาในสไตล์อาร์ตเดโค ในคอลเลกชั่นชื่อ Paris est une Fête ที่ปารีสในช่วงปี 1920 อันเป็นสมัยที่นิยมสีสันแพรวพราวในยามราตรี ผู้คนจะแต่งกายเฉิดฉายหรูหราอันเป็นสไตล์โดดเด่นของชุดราตรี Elie Saab

Guo Pei

 

5.ส่วนที่มาแรงมากกับการเล่นสีเงินสีทองและการออกแบบ จากมงกุฎทองคำถึงรองเท้าส้นแก้วได้แก่ Guo Pei แห่งจีน ซึ่งเธอแถลงข่าวผ่านล่ามว่า เธอชอบความวูบวาบของสีทองเป็นอย่างมาก เธอว่ามันเป็นสีของความรอบรู้และร่ำรวย ซึ่งในที่นี้อาจรวยมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามหลายชุดในรูปแบบเธียเตอร์มโหฬารที่เธอออกแบบนั้น สักวันอาจเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของงานสร้างสรรค์ที่ไหนสักแห่ง เพราะนี่ไม่ใช่แฟชั่นที่จะเก็บไว้ในตู้  และคงไม่ใช่เพื่อใช้ใส่ไปงานบอลธรรมดา แต่ต้องเป็นงานแต่งแฟนตาซีระดับวิลิศมาหรา เพราะเป็นชุดราตรีที่ใส่แล้วต้องโชว์ เซลฟีและอินสตาแกรมทั้งคืน

Armani

6.ที่จะดูตรงกันข้ามไปเลยจากงานของ Guo Pei น่าจะเป็น Armani แห่งอิตาลี ในอาร์มานีพรีเวคอลเลกชั่น ซึ่งอาร์มานีอธิบายว่าได้แรงบันดาลใจมาจากทุกอย่างบนฟากฟ้า (The sky and all its nuances) จึงเหมือนฟากฟ้าจริงๆ แต่ละชุดที่ออกมาดูแล้วดั่งฟองเมฆสีนุ่มตาที่เสมือนลอยฟ่อง เกาะกันสอดคล้องไปกับสรีระของนางแบบ ดูเบาและเหมาะเจาะ ประหนึ่งว่าเหล่านางกำลังพลิ้วลอยได้จากพื้น หรือในที่นี้นางแบบสวมใส่แฟชั่น ผิดกับ Guo Pei  ที่แฟชั่นคือฝ่ายที่สวมใส่นางแบบ

 Givency

 Givency

7.ในฤดูกาล Spring/Summer 18 นั้นมีชุดดำมากมาย แต่ที่เล่นสีดำมากที่สุดได้แก่ Givency  ซึ่ง Clare Waight Keller ดีไซเนอร์คนล่าสุดออกแบบชุดดำถึงหนึ่งในสามของโชว์ นี่คือกูตูร์โชว์แรกสุดของ Givency โดย แคลร์ เวท เคลเลอร์ ซึ่งค้นหาแบบจากกรุเก่าของจีวองชีจากกลางศตวรรษที่แล้ว เมื่อเขาเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงใหม่ๆ สไตล์ของเขาในที่นี้ซึ่งแม้ว่าดูทันสมัยอย่างเต็มที่แต่มีเงาของจีวองชีในสมัยของออเดร์ย เฮปเบิร์นติดมาด้วยเป็นอย่างมาก เธอจะดูสวยจากทุกชุดในคอลเลกชั่นนี้

 Valentino

 Valentino

8.ผลงานที่เล่นสีแล้วต้องตาน่ามองที่สุดคือ Valentino ออกแบบโดย Pierpaolo Piccioli ผู้ผสมสีม่วงอ่อนไว้กับสีเขียวฟองทะเล หรือสีทองคล้ำไว้กับสีอิฐ รวมทั้งการนำกางเกงให้มามีบทบาทสูงทางกูตูร์แต่ที่กลายเป็นดาราของโชว์คือหมวกใบโตส่วนมากทำด้วยขนนก ที่สวยสุดคือชุดสั้นสีแดงสดใต้หมวกขนนกฟูสีบานเย็น แสดงแบบโดย Kaai Gerber ลูกสาววัย 16 ของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด

Giambattista Valli

9.ชุดที่น่าทึ่งหลายชุดมาจากโชว์ของ Giambattista Valli ช่างของเขาเก่งจริงๆ โดยเฉพาะในสามชุดสุดท้ายอันมีสีส้ม สีชมพู และสีตองอ่อน ที่ใช้ผ้าชีฟอง 350 เมตรต่อหนึ่งตัวเพื่อสร้างชั้นแล้วชั้นเล่าของกระโปรงทั้งตัว แล้วระบายเป็นพลีทเกือบทุกที่ทุกทางด้วย tulle หรือแพรโปร่ง  และที่สวยสุดเป็นชุดสีน้ำตาล ไหล่ตกมีแขนฟูเพียงข้างเดียว ชุดเดียวกันที่ดาราวัยรุ่นเซนดายาสวมไปงานตุ๊กตาทอง

 Iris van Herpen

10.ผลงานที่ผสมเทคโนโลยีและ Haute Couture ไว้ด้วยกันได้อย่างดีได้แก่ดีไซเนอร์ Iris van Herpen จากฮอลแลนด์ เธอใช้ผ้าไฮเทค บ้างตัดโดยเลเซอร์ บ้างผลิตออกมาจาก 3D printing ผ้าที่เธอคุมให้มีดีไซน์สารพัดทางคอมพิวเตอร์ให้สร้างลวดลายตามที่เธอพึงปรารถนาด้วยผ้าที่บ้างก็ดูเสมือนมีฟองน้ำรองอยู่ข้างใน แต่แทนที่จะดูหนักกลับดูเบาและไหวพริ้ว แปลกตา ใหม่และสวยมาก ทั้งๆ ที่นี่คือแฟชั่นโชว์ในจำนวนน้อยของ SS18 ที่ไม่มีการปักเลื่อม ดิ้น ลูกปัดหรือขนนก ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าหรูหราหรือวูบวาบ

บอกเลยว่าหลายคนรู้แล้วต้องอึ้งถึงเทคนิค ความใส่ใจ และความประณีตของแต่ละแบรนด์ที่รวบรวมเอาความเป็นเลิศมาไว้ในคอลเลกชั่นกูตูร์ได้อย่างลงตัวผ่านการสร้างสรรค์ของ  Les petite mains ที่แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ความสวยและละเอียดลออจะเทียบเท่างานของ Les petite mains ก็ยังอาจเป็นไปได้ยาก ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในคำตอบว่าทำไม ‘โอกูตูร์’ ถึงแพงมหาศาล และเป็นสุดยอดของงานแฟชั่นที่คนทั้งโลกยอมรับ

 

……………………………..............................................

cr.getty images