เปิดตัวผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตร Ultra Wealth ที่มหาเศรษฐีไทยทุกคนต้องเรียน
เปิดตัวผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตร Ultra Wealth ที่มหาเศรษฐีไทยทุกคนต้องเรียน
View Gallery
Exclusive Interviews

เปิดตัวผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตร Ultra Wealth ที่มหาเศรษฐีไทยทุกคนต้องเรียน

อะไรคือ 'หลักสูตรของมหาเศษรฐี' หาคำตอบได้จาก...ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ กับคำนิยามที่ว่า ‘บี๋คิดว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว’!!!

ผู้หญิงเก่งมากความสามารถ ทายาทรุ่นหลานของ ‘คุณปู่แต้จือเปียง’ ต้นตระกูลเตชะไพบูลย์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการธุรกิจธนาคาร ในฐานะผู้จัดการใหญ่ของธนาคารทั้ง 3 แห่ง(จากทั้งสิ้น 16 แห่ง) รวมทั้งธุรกิจเครื่องดื่มน้ำสี(เหล้าแม่โขง) และธุรกิจประกันภัย ทั้งยังเป็นผู้ก่อนตั้งและบริหารงานมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ผู้หญิงเก่งคนนี้ไม่ใช่ใครเพราะเธอก็คือ ‘คุณบี๋-ปิยะมาน เตชะไพบูลย์’ นั่นเอง

คุณบี๋ในวัยเยาว์ เด็กสาวผู้เรียบร้อยเสมือนผ้าพับไว้ อยากได้อะไรไก็ได้ทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องรู้ซึ้งถึงคุณค่า ยิ่งของราคาสูง ยิ่งต้องรู้จักใช้ให้คุ้ม คุ้มค่าให้มากกว่ามูลค่า จึงไม่แปลกใจที่คุณบี๋มักสอนให้ลูกสาว (คุณนูนู่-วศุมา คณาธนะวนิชย์) และลูกชายคนเล็ก (คุณนีโน่-กุลนาถ คณาธนะวนิชย์)

ใครจะเชื่อว่าสาวน้อยที่เคยอ่อนหวานอย่างคุณบี๋ จะเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน กีฬาเด่นแล้ว การเรียนก็ยังโดนเด่นไม่แพ้กัน เพราะคุณบี๋ยังเป็นนิสิตที่คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย

เรื่องราวหลังเรียนจบของคุณบี๋นั้นก็เรียบง่าย ด้วยการเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานจัดซื้อ โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ การได้พบเจอผู้คนมากมาย ทำให้ได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย จนวันหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ (คุณอุธรณ์ และ คุณโนรี  เตชะไพบูลย์)ของคุณบี๋ ลุกขึ้นมาบุกเบิกชะอำ ด้วยการลงทุนซื้อที่ดินสร้างโรงแรมที่ชะอำ “มีแต่คนบอกว่าคุณพ่อเพี้ยนที่มาลงทุนตรงนี้ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของท่าน ที่บุกเบิกทำโรงแรมเป็นที่แรกๆ เพราะสมัยก่อนเพชรบุรีถือเป็นเมืองนักเลง แต่เราถือว่าเราไปทำประโยชน์ให้ท้องถิ่น ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าเราไม่ได้ไปหาประโยชน์เพียงอย่างเดียว”

อะไรคือ 'หลักสูตรของมหาเศษรฐี' ????

ปัจจุบันประเทศไทยมีคอร์สอบรมต่างๆ ที่เปิดสอนให้แก่ผู้ต้องการเปิดโลกความรู้ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านการเงินเป็นจำนวนมาก แต่อีกนัยหนึ่งก็เพื่อสร้างคอนเนกชั่นให้กับผู้เรียน เพราะว่าเมื่อจบแล้วก็ได้สานต่อความสัมพันธ์ต่อไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งที่สุดแล้วสามารถต่อยอดอันเป็นผลดีต่อธุรกิจในอนาคต

“บี๋เคยเป็นนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ อยู่สองปีค่ะ หน้าที่ของนายกคือหาเงินทุนเข้าสมาคมและจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ให้รุ่นน้องกับรุ่นพี่ได้เจอกัน รู้จักกัน บี๋ก็เลยคิดว่า บี๋น่าจะจัดอะไรที่เป็นประโยชน์กับบุคคลทั่วไป โดยที่เราเองก็อยู่คณะเศรษฐศาสตร์ เราน่าจะเอาความรู้เรื่องนี้มาสอนเป็นการให้ความรู้โดยใช้ประสบการณ์ เอาพี่น้องเพื่อนๆ ชาวเศรษฐศาสตร์นี่แหละมาพูดในแง่ของ Alternative Investments ให้รู้ว่านอกจากการลงทุนเรื่องหุ้นแล้ว มีการลงทุนอะไรอีกบ้างที่เป็น Passion Investments อย่างงานศิลปะ เราก็เชิญ
พี่กิ๊ก-เยาวณี นิรันดร ซึ่งเป็นรุ่นพี่คณะมาให้ความรู้ว่าการประมูลการเลือกซื้องานศิลปะทำยังไง เรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้น้องสุพิน มีชูชีพ จากบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ มาให้ความรู้”

ด้วยข้อจำกัดบางประการของสมาคมเศรษฐศาสตร์ คุณบี๋ได้นำคอร์ส Ultra Wealth มาต่อยอด เปิดเป็นหลักสูตรในนามบริษัท โดยร่วมกับเพื่อนๆ อีกสามคน คือ คุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ซึ่งทำธุรกิจหลายประเภท เช่น เรื่องพลังงาน เรื่องการเงิน คุณสุพร วัธนเวคิน จากบริษัท อิออน แล้วก็ดร.ศุภชัย สุขะนินท์ จากบริษัทมัดแมน ซึ่งบริหารร้านโอบองแปง เกรย์ฮาวด์ และดังกิ้นโดนัท รุ่นแรกได้รับเกียรติจากหม่อมเต่า (ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล) มาเป็นประธานนักเรียน ก็ช่วยกันสนับสนุนทำกิจกรรมให้ความรู้ในเรื่องการลงทุน” นอกจากเรื่องการลงทุน แล้วยังเน้นเรื่องการสร้างเครือข่ายและมิตรภาพที่ดี โดยใช้กิจกรรมหลังเลิกเรียน 

“ความรู้ต่างๆ จะเป็นแบบทันสมัยตลอดเวลา อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการพูดเรื่อง ICO ที่เป็นการระดมทุนแนวใหม่ แล้วก็ให้ข้อมูลว่าในโลกนี้เขาทำกันอย่างไร

“นอกจากเรื่องลงทุนแล้ว หลักสูตรยังมุ่งเน้นให้เห็นถึงความสมดุล balance การใช้ชีวิตด้วย โดยใน
รุ่นที่ 1 ได้เชิญท่าน ว. วชิรเมธี มาเทศน์ในเรื่องของความมั่งคั่ง ซึ่งท่านได้กล่าวว่า ‘ความมั่งคั่งนั้น ไม่ได้มีเพียงเฉพาะเรื่องเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรายังจะต้องมีความมั่งคั่งในด้านความรู้ มั่งคั่งในเรื่องเพื่อน และมั่งคั่งในการทำความดี’ สำหรับรุ่นที่สามนั้นเราได้รับเกียรติจากท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล มาพูดถึงโครงการพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพราะบางทีเราหาเงินกันเยอะแยะ ซึ่งต้องอย่าลืมว่า การมี Wealth ที่ดีแล้ว ต้องแบ่งปันในการทำความดีและทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย

“เราต้องคัดคนเข้ามาเรียนเยอะมาก เพราะมีผู้ให้ความสนใจมาก เราให้ความสำคัญเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าอบรมที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ และงานที่ทำ และต้องอายุไม่ต่ำกว่า 32 ปี อาจจะมาจากวงการธุรกิจหลากลาย ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ วงการเงิน อุตสาหกรรมทั่วไป และรุ่นล่าสุดก็จะมี Start Up บ้าง หลายคนบอกว่าเราคิดค่าเรียนแพง นั่นก็เพราะว่าเราอยากมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อบรม เพราะตอนนี้เป็นรุ่นที่ 4 ซึ่งจะเป็นรุ่นสุดท้าย มีเพื่อนๆ 500 กว่าคน จะพักแล้วค่ะ แต่เรามุ่งเน้นเป็น Ultrawealth Family ซึ่งชาว Ultrawealth ก็จะมีกิจกรรมต่อเนื่องไม่ว่าการแลกเปลี่ยน แชร์ความรู้ การสังสรรค์อย่างสม่ำเสมอ และที่ลืมไม่ได้คือ การมอบสิ่งดีๆ แก่สังคม ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ Ultrawealth ที่ให้การสนับสนุนและมิตรภาพที่ดีให้บี๋ และภูมิใจว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้สร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นแก่พวกเราชาว Ultrawealth ค่ะ”

 

ลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น...

คุณนูนู่-วศุมา และ คุณนีโน่-กุลนาถ ต่างก็เป็นลูกที่น่ารักที่ไม่เคยทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวังเลย คุณนูนู่นั้นเมื่อเล็กเรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอี ส่วนคุณนีโน่เรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ก่อนจะย้ายไปเรียนที่ Shrewsbury International School ทั้งคู่จากนั้นคุณนูนู่จึงไปเรียนต่อ Economics ที่ School of Oriental and African Study หรือ SOAS และปริญญาโท Strategic Marketing ที่ Imperial College ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ส่วนคุณนีโน่เรียน 3 concentrations คือ Finance,Real Estate และ Management ที่ The Wharton School of the University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา

บี๋- ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ , นูนู่-วศุมา เตชะไพบูลย์

เราจึงถามคุณนูนู่ว่าในฐานะพี่สาวของน้อง จะทำให้มีปัญหาในการทำงานร่วมกันหรือไม่ “นู่ใช้หลักประนีประนอมนะคะ เพราะเราคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า ไม่เคยทะเลาะกันแรงๆเลย เพราะเรามีจุดเด่นไม่เหมือนกัน มีอะไรเขาก็ปรึกษาเรา ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ดีค่ะ มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษากัน ส่วนกับคุณแม่เราสนิทกันมาก บางทีก็ไปเที่ยว ช้อปปิ้งกันสองคน ดีที่นู่กับคุณแม่ใส่รองเท้าไซส์เดียวกัน แชร์กันได้ตลอดเลยค่ะ”

เวลาว่างคุณนูนู่ จะชอบไปออกกำลังกาย แบบ barre workout หรือโยคะ ไม่ก็เล่นกับเต้าหู้สุนัขที่บ้าน “ไม่ได้อะไรมากวันหยุดอยากสบายๆคะ อีกอย่างนู่ชอบหาที่ไปท่องเที่ยวประเทศต่างๆกับครอบครัว ซึ่งเป็นอะไรที่แฮปปี้มาก เพราะเราได้เห็น ได้หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาปรับใช้ในการทำงานคะ ปลายปีนี้เพลนอยากจะไปเวียดนามและอินเดียคะ”

คุณบี๋เสริมว่ารู้สึกกังวลอยู่บ้างเมื่อลูกย่างเข้าวัยรุ่น แต่ตอนนี้ความกังวลต่างๆจางหายไปแล้ว “ช่วงที่เขาอายุ 14-15 เป็นวัยรุ่นรับมือยาก ก็มีร้องไห้กันยกใหญ่ พูดกันด้วยเหตุผลว่าเราหวังดีกับเขา อาจมีเถียงกันอะไรกันบ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ต้นไม้ก็โตแล้ว อยู่ที่เขาจะรับแดดแค่ไหน รับน้ำแค่ไหน เราได้แต่ให้คำแนะนำ ส่วนการตัดสินใจอยู่ที่เค้าคิดเองแล้วล่ะค่ะ”

......................................................................................................

ติดตามเรื่องราวความน่ารักและความอบอุ่นของสองแม่ลูกได้ใน นิตยสาร HELLO! ปีที่ 13 ฉบับที่ 8 ประจำวันที่ 12 เมษายน 2561 หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com หรือ www.shop.burdathailand.com