10 ลูกคนดัง! เรียนมหาวิทยาลัยที่ไหนบ้าง?
10 ลูกคนดัง! เรียนมหาวิทยาลัยที่ไหนบ้าง?
Education

10 ลูกคนดัง! เรียนมหาวิทยาลัยที่ไหนบ้าง?

เพราะการเรียนรู้จะบ่งบอกอนาคตของผู้เรียน เรามาดูกันว่าลูกหลานเซเลปคนดังเลือกเรียนที่ไหนกัน!

การเรียนระดับอุดมศึกษาเรียกได้ว่าเป็นช่วงวัยที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะเป็นห้วงเวลาที่จะบ่งบอกถึงเส้นทางในอนาคตของผู้เรียน HELLO! จะพามาดูกันว่าลูกหลานคนดังทั่วฟ้าเมืองไทย เรียนอะไรและที่ไหนกันบ้าง.....

ปราง เวชชาชีวะ : 
ทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี

ปราง เวชชาชีวะ

สาวหัวใจศิลป์ที่ถูกจับตาจากสื่อต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเฟรชชี่ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นก็เพราะเธอคือลูกสาวคนโตของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และ ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ

ปราง-เวชชาชีวะ

หลังเรียนจบไฮสคูลที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา “ปราง เวชชาชีวะ” เลือกเรียนด้านศิลปะที่ตัวเองรักและถนัดที่สุด และเรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง จากนั้นไม่นานเธอก็บินไปเรียนต่อสาขาเดียวกัน และล่าสุดเพิ่งคว้าปริญญาโท MFA Fine Arts จาก School of Visual Arts (SVA) สถาบันศิลปะอันดับต้นๆ ของอเมริกา ที่นี่เปิดสอนหลายสาขา หนึ่งในนั้นคือสาขาภาพประกอบที่มีชื่อเสียง โดยเธอให้เหตุผลที่เลือกเรียนสถาบันแห่งนี้ว่า ต้องการพัฒนาทักษะและความคิดทางด้านศิลปะในเมืองที่เปิดกว้างอย่างนิวยอร์ก อีกทั้งเมืองนี้ยังมีแกลอรี่และพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศิลปะสมัยใหม่ซึ่งเป็นแนวงานที่สนใจ ปัจจุบันสาวปรางเดินหน้าก้าวสู่โลกศิลปะอย่างเต็มตัว ด้วยการเป็นศิลปินและฝึกงานในแกลอรี่ที่นิวยอร์ก

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา : ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า HAATIYA  

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

จากสาวนักบัญชีทายาทคนโตของ หม่อมหลวงอยุทธ์ ไชยันต์ ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารทหารไทย จำกัด กับคุณรัชฎา ไชยันต์ ณ อยุธยา อดีตนักประชาสัมพันธ์ และเป็นหลานทวดของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย พระบิดาแห่งวงการธนาคารไทย

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

“ปอนด์ หฤทัย” เธอคือลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นที่เติบโตในสายงานเดียวกันกับคุณทวดและคุณพ่อ เพราะเรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคุณพ่อติวให้เองกับมือตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนจะได้ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี ไม่นานก็เดินทางไปเรียนปริญญาโทด้าน International Business ที่ University of Bath ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ในเมืองมรดกโลก รวมไปถึงได้รับการจัดอันดั[โดย Guardian University Guide 2018 ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 5 ของประเทศ

สาขาที่โดดเด่นที่สุดคือด้านการตลาด โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดในการสอนสาขานี้ และที่นี่เองที่ทำให้เธอค้นพบความรักในแฟชั่น หลังเรียนจบกลับมาจึงได้ลองทำแบรนด์เสื้อผ้า HAATIYA ซึ่งทำแล้วชอบและได้ผลตอบรับดี จึงทำมาจนถึงปัจจุบัน 

ญาภา เทพกาญจนา , พิริยา เทพกาญจนา , พรรณพร เทพกาญจนา
ทายาท “เอราวัณ กรุ๊ป”

แพนเค้ก-ญาภา เทพกาญจนา

“แพนเค้ก-ญาภา” ลูกสาวคนโตของคุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และคุณพนิดา เทพกาญจนา นักธุรกิจชื่อดัง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมาย เกียรตินิยมอันดับ 2 จาก University of Manchester ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยนี้มีชื่อเสียงทางด้านกฎหมาย และเมืองแมนเชสเตอร์ก็เป็นเมืองขนาดไม่เล็กและใหญ่เกินไปเหมาะกับการใช้ชีวิตนักศึกษา

หลังจากนั้น เธอได้ศึกษาต่อปริญญาโท 2 ปริญญา ปริญญาโทแรก เป็นปริญญาโทกฎหมายด้านสหภาพยุโรปและกฎหมายมหาชนที่ University College London (UCL) และคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 มาครองเช่นกัน สถาบันแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายของสหภาพยุโรป มีนักเรียนจากหลายประเทศในยุโรปมาเรียนด้านนี้ เพื่อเรียนรู้ว่ากฎหมายของสหภาพยุโรปมีผลกระทบอย่างไรต่อประเทศนั้นๆ สำหรับแพนเค้กเองก็สามารถนำความรู้มาต่อยอดในการที่ประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ASEAN Community

แพนเค้ก-ญาภา เทพกาญจนา

ส่วนปริญญาโทที่สองเป็นปริญญาโทด้านวิชาชีพกฎหมาย (เกียรตินิยมอันดับ 1) ที่ BPP Law School ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีชื่อเสียงในการสอนทั้ง Barrister และ Solicitor ของอังกฤษและเวลส์ เน้นการสอนทักษะภาคปฏิบัติทางกฎหมาย เพื่อนำมาใช้ในการประกอบวิชาชีพกฎหมาย เช่น การร่างสัญญาและการว่าความ

นอกจากนี้ แพนเค้กยังได้รับการรับรองเป็นทนายความประกอบวิชาชีพกฎหมายของนิวยอร์ก อังกฤษ และเวลส์ คือ ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพกฎหมายในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้รับอนุญาตให้เป็น Solicitor ในอังกฤษและเวลส์ ปัจจุบันเธอทำงานเป็นผู้จัดการด้านกฎหมายและกฎระเบียบสหภาพยุโรป ที่บริษัท เพอร์นอด ริคาร์ท สำนักงานใหญ่ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม

พินบอล-พิริยา เทพกาญจนา

ลูกสาวคนรอง “พินบอล-พิริยา” จบปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยม จาก University of Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพินบอลสนใจงานด้านบริหารธุรกิจ จึงคิดว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นการปูพื้นฐานที่ดี และที่นี่ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีคณาจารย์ที่ได้รับรางวัลโนเบลทางด้านเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก อีกทั้งนักเรียนต่อห้องเรียนมีจำนวนน้อย ทำให้อาจารย์ดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง

พินบอล-พิริยา เทพกาญจนา

หลังจากทำงานได้ 3 ปีเธอตัดสินใจสมัครเรียนปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ ที่ Harvard Business School ซึ่งเน้นด้านการเป็นผู้บริหารองค์กรธุรกิจ โดยปีแรกนักศึกษาทุกคนจะต้องเรียนวิชาบังคับ ทำให้ได้พัฒนาความรู้พื้นฐานเรื่องธุรกิจอย่างรอบด้าน อีกทั้งยังได้มีโอกาสเรียนวิชาที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ทำให้ได้ท้าทายตัวเอง การเรียนแบบกรณีศึกษา (Case Method) ที่นักศึกษาต้องอ่านกรณีศึกษาของบริษัททั่วโลกเพื่อวิเคราะห์ ถกแถลง และคิดวิธีแก้ปัญหา เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาชั้นนำจากทั่วโลกและมีประสบการณ์ในหลากหลายสาขาอาชีพ

พัตเตอร์-พรรณพร เทพกาญจนา

ส่วน พัตเตอร์-พรรณพร ลูกสาวคนที่สาม เรียนจบปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ จาก University of Chicago สหรัฐอเมริกา ที่นี่เน้นให้นักศึกษาค้นหาสาขาเรียนที่ตนชอบ แต่แม้ว่าจะมีเรียนสาขาหลักก็ยังสามารถเลือกเรียนวิชาในสาขาอื่นได้ตามที่ตนสนใจ มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมให้ทำมากมาย พัตเตอร์ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนไทยของมหาวิทยาลัย และสนใจเข้าร่วมชมรมที่ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม รวมทั้งการจัดกิจกรรมของโรงเรียน

ปัจจุบันเธออยู่ในชมรมจัดงาน TEDx  ชมรมสอนการบริหารจัดการการเงินให้นักเรียนด้อยโอกาสในชิคาโก และก่อตั้งชมรมเพื่อช่วยเหลือคนที่อดอยากทางตอนใต้ของชิคาโก นอกจากนี้ ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งยังได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เข้าร่วมการแข่งขันการจัดทำแผนธุรกิจของ บริษัท Boston Consulting Group (BCG) ได้รางวัลชนะเลิศเป็นแผนธุรกิจเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านของชิคาโก โดยพัตเตอร์ตั้งใจที่จะนำความรู้จากการเรียนเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป

พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์ : ทายาทกลุ่มธุรกิจสามารถ

เพิร์ล-พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์

ด้วยความสนใจด้านศิลปะและการออกแบบ หลังเรียนจบมัธยมปลายที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ “เพิร์ล – พิมพ์ญาดา” ลูกสาวคนโตของธนานันท์ วิไลลักษณ์ ผู้บริหารกลุ่มสามารถคอร์ปอเรชัน และเพชรรัตน์ ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ ผู้บริหาร S Hotel Group เลือกเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (International program in Design and Architecture หรือ INDA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันเธอกำลังจะเรียนจบและวางแผนจะไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขาการตลาด ที่ New York University เพราะตั้งใจจะกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัว มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงทางวิชาการมากเป็นพิเศษในด้านกฎหมาย ธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ และการภาพยนตร์ ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 27 ของมหาวิทยาลัยโลกจากการจัดอันดับของ Times Higher Education ประจำปี 2018 รวมทั้งได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยในฝันอันดับที่ 8 ของนักเรียนมัธยมปลายสหรัฐฯ จากผลสำรวจของ Princeton Review ในปี 2016

สุพิภา บุรณศิริ : (ว่าที่) นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ

มิ้ม-สุพิภา บุรณศิริ

หลังเรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนบางกอกพัฒนาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา น้องมิ้ม-สุพิภา ลูกสาวคนรองของหม่อมหลวงรดีเทพ เทวกุล ก็เหินฟ้าไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ Sargent College ซึ่งเป็นวิทยาลัยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการฟื้นฟู ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Boston University มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ซึ่งเป็นที่นิยมของนักศึกษาไทย

“ที่เลือกเรียนที่นี่เนื่องจากชอบความหลากหลาย มีคนหลายสัญชาติ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ไม่คิดถึงเมืองไทยมาก เพราะมีคนไทยอยู่พอสมควร เป็นคอมบิเนชั่นที่ชอบมาก ส่วนการเรียน ชอบทางสายวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แต่ที่นี่ผสมผสานวิชาหลากหลายที่ชอบเอาไว้ด้วยกัน ทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งเรียนแล้วจะได้กลับมาช่วยสังคม ช่วยประเทศชาติต่อไป”

ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ : เซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่

อ้อมแอ้ม-ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ

หลังเรียนจบจากโรงเรียนจิตรลดา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ญาติพี่น้องของเธอล้วนจบจากที่นี่ “อ้อมแอ้ม – ศรัณย์ภัค” บุตรสาวของคุณศรัณย์และคุณณัฏฐกา เพ็ญชาติ ก็เลือกเรียนปริญญาตรีที่คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนภาษาสเปนเป็นวิชาเอก เพราะได้แรงบันดาลใจจากคุณแม่ซึ่งจบจากคณะนี้เช่นเดียวกัน

อ้อมแอ้ม-ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ

ตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เธอมีโอกาสไปเรียนซัมเมอร์ที่ Universidad Antonio de Nebrija เมืองมาดริด ประเทศสเปนเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งทำให้พูดภาษาสเปนได้คล่องขึ้นมาก ต่อมาหลังเรียนจบเธอบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อปริญญาโทด้าน Luxury Brand Management ที่ Regent's University London ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่โด่งดังและเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

“ธุรกิจประเภทนี้มีความ specific และไม่ใช่แค่แฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ ทุกวันนี้ในบ้านเราธุรกิจ Luxury เติบโตมาก แต่ไม่ค่อยมีผู้เชี่ยวชาญในเชิงทฤษฎีหรือจบด้านนี้จริงจัง แอ้มสนใจการทำแบรนดิ้งและการตลาดของ Luxury Brand จึงเลือกเรียนสาขานี้”

ปรินท์ สารสิน : ทายาทรุ่นที่ 5 แห่งตระกูลสารสิน

ปรินท์ สารสิน

ชายหนุ่มไฟแรง บุตรชายคนโตของคุณกลินท์และคุณเพชรพริ้ง สารสิน ที่ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบการเป็น “นักถ่ายทอดจินตนาการ” จึงเลือกเรียนปริญญาตรีด้านการผลิตรายการโทรทัศน์จาก Savannah College of Art and Design (SCAD) ที่รัฐจอร์เจีย สถาบันด้านศิลปะและการออกแบบระดับท็อปของสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้านเทคนิคในการสื่อสารความคิดเป็นพิเศษ มีวิทยาเขตตั้งอยู่ที่ฝรั่งเศสและฮ่องกงด้วย

ระหว่างเรียน “ปูน-ปรินท์” ได้มีโอกาสฝึกงานหลายแห่ง เริ่มจากช่องชื่อดังอย่าง Adult Swim ของ Cartoon Network ต่อด้วยการฝึกงานที่สตูดิโอถ่ายรายการชื่อดังอีกมากมาย ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองชื่นชอบในสายงานนี้จริงๆ ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้วยการเรียนปริญญาโทด้าน Media Management ที่ The New School นิวยอร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันสูงมากในการเข้าเรียนต่อทางด้านศิลปะ ประกอบด้วย 8 วิทยาลัย หนึ่งในนั้นที่มีชื่อเสียงอย่างมาก คือ Parsons The New School for Design

ปรินท์ สารสิน

“The New School เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เกือบร้อยปี ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันที่มีแนวคิด Liberal และเปิดกว้างยอมรับความแตกต่าง เราจะได้เรียนเคสแปลกๆ ครูที่นี่ก็มีการสอนไม่เหมือนใคร มีคนในวงการมาช่วยแชร์ประสบการณ์ ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้ เพื่อนร่วมคลาสก็เก่งๆ กันทั้งนั้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันตอนทำโปรเจ็กต์ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากการเรียนโทที่นี่”

ปัจจุบันคุณปูนกำลังสนุกกับบทบาทในตำแหน่ง Total Experience Manager ของ Glowfish ซึ่งเป็น Lifestyle Workspace ที่เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่เปิดพื้นที่สำหรับคนที่ไม่พร้อมจะมีออฟฟิศเป็นของตัวเองได้มาใช้งาน และสร้างสังคมเล็กๆ ร่วมกัน รวมถึงทำธุรกิจของตัวเองผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลตัวเองของผู้ชาย ชื่อว่า Brindlemutt

.

ดีใจ โกสิยพงษ์ : ทายาทผู้บริหาร LIFEiS

ดีใจ โกสิยพงษ์

สาวน้อย “ดีใจ” เป็นทายาทคนโตของ บอย โกสิยพงษ์ ผู้บริหารค่ายเพลงที่ปัจจุบันผันตัวมาทำธุรกิจเพื่อสังคมแบบเต็มตัวในนามบริษัทใหม่ LIFEiS หลายคนที่ติดตามคงได้เห็นน้องดีใจตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ปัจจุบันเธออายุ 19 ปีแล้ว และกำลังศึกษาอยู่ที่ Pratt Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา สถาบันเอกชนด้านศิลปะที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถาบันด้านการออกแบบที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะด้านออกแบบภายในและออกแบบผลิตภัณฑ์ถือว่ามีชื่อเสียงมาก

ดีใจ โกสิยพงษ์

วิชาที่ดีใจชื่นชอบเป็นพิเศษคือการถ่ายภาพ เราจึงได้เห็นภาพสวยๆ ฝีมือของเธอผ่านทาง Instagram อยู่บ่อยๆ “Photography Project ที่หนูอยากสื่อให้คนดูเห็นถึงความสวยงามของวัฒนธรรมไทยผ่านรูปภาพ โปรเจ็กต์นี้ได้รับเลือกจาก YellowKorner ซึ่งเป็น Art Curator ที่ฝรั่งเศส ให้ตีพิมพ์ขายทั่วโลก หนูภูมิใจที่รูปภาพที่หนูถ่ายสามารถเป็นสื่อให้
คนจากที่อื่นๆ เข้าถึงวัฒนธรรมของประเทศเรา”

แบม-ปีติภัทร คูตระกูล : พิธีกรรุ่นใหม่จากช่อง ONE

แบม – ปีติภัทร คูตระกูล

ล่าสุดเราเห็นผลงานของเขาคนนี้จากการเป็นพิธีกรรายการ Top Chef Thailand ทางช่อง ONE แต่ก่อนหน้านั้น “แบม-ปีติภัทร” เริ่มต้นงานพิธีกรทางช่อง Travel Channel รวมถึงงานดีเจคลื่นวิทยุ แต่เบื้องหลังของเขาไม่ได้เรียนด้านนิเทศศาสตร์แต่อย่างใด แต่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาควิชาการเงิน หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนสาขานี้ตามคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่ที่เห็นว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญในโลกยุคนี้

แบม – ปีติภัทร คูตระกูล

หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (Bachelor of Business Administration : B.B.A) นี้ ถือเป็นหลักสูตรอินเตอร์ในระดับปริญญาตรีที่เปิดสอนเป็นหลักสูตรแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของสถิติของหลักสูตรนานาชาติที่รับผลคะแนน SAT สูงที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันหลายปี ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 101 – 150 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมด้านบัญชีและการเงิน (Accounting & Finance) จากการจัดอันดับของ QS World University Ranking 2016

ก่อนหน้านั้น “แบม-ปีติภัทร” เคยสอบได้ทุนนักบินฝึกหัด (Student Pilot) ของการบินไทยที่ผ่านการสอบหลายครั้งกว่าจะผ่าน แต่เมื่อชีวิตถึงทางแยก สุดท้ายเขาตัดสินใจเลือกไม่รับทุน และเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิงเต็มตัว โดยตั้งเป้าหมายเป็นพิธีกรแถวหน้าของเมืองไทย

..............................................................................................................