ปานฝัน นิรันดร์กุล – สุกฤษฎิ์ ภูยาธร - HELLO! Magazine Online

ปานฝัน นิรันดร์กุล – สุกฤษฎิ์ ภูยาธร

จากเพื่อนร่วมงาน มาเป็นเพื่อนคู่คิดตลอดชีวิต

ณ วันที่คุณน้ำทองสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันหนึ่งเธอต้องก้าวมาสืบทอดธุรกิจผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ของบิดา เธอจึงขอเลือกมาเป็นพนักงานของเวิร์คพอยท์ฯทันทีที่เรียนจบ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่จะเป็นทางเดินที่ทำให้เธอได้เจอกับรักแท้อย่างไม่คาดฝัน “น้ำทองกับโอดินเจอกันที่เวิร์คพอยท์ฯ นี่ล่ะค่ะ คุณพ่อให้เรียนรู้งานทุกอย่าง ไปออกกอง ดูงบประมาณรายการเกมเผาขน ซึ่งโอดินก็เข้ามาทำงานที่เวิร์คพอยท์ด้วยเหมือนกัน เราอยู่คนละฝ่าย แต่ทำรายการเดียวกันเลยได้เจอกันบ่อยค่ะ” หลังเลิกงานก็ยังคุยโทรศัพท์กันต่ออีก ด้วยความคิด วิถีชีวิต รสนิยมความชอบ และไลฟ์สไตล์การเที่ยวต่างก็คล้องจองกันไปหมด เมื่อความสัมพันธ์ที่ต่างก็เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ทั้งสองเลยกลายเป็นคนพิเศษของกันและกันอย่างไม่รู้ตัว “โอดินดูแลน้ำทองดีมากกกก (ลากเสียงยาว) มีหลายอย่างที่เขาทำให้น้ำทองอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยขาดตั้งแต่วันแรกที่คบกัน ทุกวันบนโต๊ะทำงานของน้ำทองจะมีขวดน้ำแปะโพสต์อิตข้อความต่างๆ ไม่ซ้ำกัน ซึ่งน้ำทองเก็บไว้ทุกแผ่นเขาไปรับไปส่งที่บ้านทุกวัน โชคดีที่บ้านเราอยู่ใกล้กัน ไม่อย่างนั้นเขาต้องขับรถไกลแน่เลย (หัวเราะ)และเขาไม่เคยพูดถึงใครในแง่ไม่ดี และใจเย็นมากปกติน้ำทองเป็นคนใจเย็นอยู่แล้ว แต่โอดินใจเย็นกว่าอีก (ยิ้ม) ทุกคนที่รู้จักเขาจะพูดถึงเขาแบบนี้หมด”

ทั้งสองอาจใช้เวลาคบหากันได้ไม่นานแต่ความเชื่อมั่นในรักกลับเปี่ยมล้น ถึงขั้นวางแผนแต่งงานกันภายใน 3 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่ยากยิ่งว่า “เราจะช่วยกันเก็บเงินเพื่อจัดงานแต่งงานด้วยตัวเอง” ช่วยกันเก็บเงินไว้แต่งงานว่าเครียดมาแล้ว แต่ยังไม่เท่าทำให้ว่าที่พ่อตาเปิดใจยอมรับในตัวว่าที่ลูกเขยปฏิบัติการพิชิตใจคุณปัญญาจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ตั้งแต่โค้ชใหญ่ คุณแม่แอ๊ว-วาสนา นิรันดร์กุล พี่สาวและพี่เขยทั้งสอง คุณน้ำตาล-ปานวาดและคุณอมรฤทธิ์ พูลสวัสดิ์รวมทั้งคู่ของคุณน้ำหอม-ปานตาและคุณพงศกรดาวเรือง ซึ่งต่างมีประสบการณ์ฝ่าด่านคุณพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องหวงลูกสาวที่สุดเช่นคุณปัญญามาแล้ว “น้ำทองเป็นลูกสาวคนเล็ก คุณพ่อหวงที่สุด ส่วนคุณแม่รับรู้ว่าเราสองคนคบกันและช่วยกันเก็บเงินแต่งงานอยู่ ท่านพยายามเกริ่นเรื่องเราให้คุณพ่อรับทราบ คุณพ่อรับทราบทุกอย่างแต่ตั้งใจที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นค่ะ (หัวเราะ) สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณพ่อยอมคลายลูกสาวจากอ้อมอกได้คือ โอดินต้องพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อเห็นว่าจะดูแลน้ำทองได้จริง” และแล้วสองหนุ่มต่างวัยจึงได้มาพบหน้ากันครั้งแรก เมื่อครอบครัวคุณโอดินมาพบคุณปัญญาที่บ้านพร้อมด้วยผู้ช่วยคนสำคัญคือ ผู้ใหญ่ฝ่ายชายที่จะเป็นคนทาบทามสู่ขอแก้วตาดวงใจของคุณปัญญาซึ่งก็คือ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ “ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่สนิทสนมกับครอบครัวผมมาก ท่านแนะนำว่าเราต้องไปแบบไม่ธรรมดา ต้องมีพานส้มใหญ่ 2 พานและขบวนรถอีก 3 คันมาสู่ขอด้วย” คุณโอดินเล่าย้อนบรรยากาศวันนั้นให้ฟัง ทว่าเมื่อไปถึงบ้านนิรันดร์กุลย่านรังสิตแล้ว คุณปัญญาใจแข็งไม่ยอมลงมาพบ ฟาก อ.เฉลิมชัยก็ไม่ยอมก้าวเข้าประตูเช่นกัน ถ้าเจ้าของบ้านไม่ออกมาต้อนรับ “เป็นวันที่เครียดที่สุดในชีวิตเลยค่ะ เสียน้ำตาไปไม่รู้กี่รอบ”

.

สองสิงห์ดูเชิงกันอยู่อย่างนั้น จนคุณแอ๊วกระซิบบอกสามีว่าคุณกนกวัลย์ ภรรยาของ อ.เฉลิมชัยมาด้วย เท่านั้นเองคุณปัญญาถึงยอมลงมานั่งเจรจาด้วยอย่างยินดี เพราะเป็นที่รู้กันว่าคุณกนกวัลย์ไม่ใคร่ได้เปิดเผยตัวมากนัก และเป็นที่เกรงใจของ อ.เฉลิมชัยที่สุด เมื่อเธอสู้อุตส่าห์เดินทางไกลจากเชียงรายมาถึงบ้านนิรันดร์กุลด้วยตนเองคุณปัญญาจึงถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูง “ผู้ใหญ่สองฝ่ายเจรจากันเอง โดยที่เราสองคนนั่งลุ้นอยู่อีกห้องหนึ่ง แต่คุณแม่น้ำทองแอบมาเล่าให้ฟังว่า ไม่ได้คุยเรื่องสู่ขอเลย คุยแต่เรื่องสัพเพเหระทั่วไป” แต่อย่างน้อยการพบกันของผู้ใหญ่ครั้งนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณไฟเขียวจากคุณพ่อปัญญาแบบเจ้าตัวไม่เสียฟอร์ม

จากนั้นเส้นทางรักของทั้งคู่ก็ปลอดโปร่งขึ้นทันตา จนถึงวันงาน ต้นคริสต์มาสสูงใหญ่กลางล็อบบี้โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ที่ต้อนรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ช่วยให้บรรยากาศโรงแรมเข้ากับธีมงานแต่งงานของทั้งคู่ยิ่งนัก ถึงเวลามงคลขบวนขันหมากนำโดย อ.เฉลิมชัย พร้อมคุณโอดินที่สวมสูทสากลกับโจงกระเบนสีกลีบบัว ก็พร้อมผ่านประตูเงินประตูทองของเพื่อนเจ้าสาวทั้ง 10 ประตู ที่เตรียมภารกิจวัดความรู้ใจและพิสูจน์ความสามารถรอบด้านของคุณโอดินแล้ว แถมพี่สาวทั้งสองของคุณน้ำทองยังให้ว่าที่น้องเขยนิยามความหมายของภรรยา “ผมตอบยังไงก็ไม่ถูกใจสักที จนตอบว่าภรรยาคือคนที่ ‘ต้องบูชา’ พี่ๆ ทั้งสองและเพื่อนสนิทของน้ำทองจึงยอมให้ผ่านได้” แน่นอนว่าคำตอบนี้เรียกเสียงหัวเราะดังสนั่นลั่นโรงแรมกันเลยทีเดียว

ในพิธีหมั้น หัวใจสองดวงชุ่มฉ่ำด้วยคำอวยพรของผู้หลักผู้ใหญ่ที่มอบเป็นมงคลชีวิต พรหนึ่งที่ตรึงใจให้ทั้งสองกลับมาคิดตาม คือคำอวยพรสั้นๆจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ว่า ‘ให้รักกันเท่าวันนี้ก็พอ’ “เราสองคนคิดตามแล้วก็จริง ท่านสอนทางอ้อมให้เราอยู่กับปัจจุบัน” จบการตีความที่คุณน้ำทองบอกให้เราฟัง รวมทั้งพรประเสริฐที่ว่า“ถ้าภรรยาโกรธ ไม่ต้องทำอะไรมาก ให้ไปอมน้ำมนต์ หมายถึงสอนให้เงียบๆ เข้าไว้ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง (หัวเราะ)” ครั้งนี้ทั้งคู่ประสานเสียงหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี

ห้องบอลรูมยามค่ำแน่นขนัดด้วยแขกเหรื่อคุณน้ำทองสวมเวลยาวระพื้น เธอเลือกชุดเกาะอกสุ่มทรงบอลกาวน์ ซ้อนผ้าโปร่งบางเบาและแทรกเฟอร์ปุยเหมือนหิมะ ฝีมือดีไซเนอร์ดูโอคู่ดังอย่าง Vatit Itthi งดงามราวเจ้าหญิงแห่งฤดูหนาว อ.เฉลิมชัยขึ้นกล่าวอวยพรว่า “สิ่งสำคัญในชีวิตคู่คือได้แก่เฒ่าไปด้วยกัน ซึ่งทั้งสองจะมีชีวิตคู่ที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยเพราะเสมอกันทั้งความดีเมตตา และธรรมะ” ทั้งยังแอบแซวว่าต้องลงมาเองจากเชียงราย ไม่อย่างนั้นคุณปัญญาไม่ยอมยกลูกสาวให้ ด้านคุณพ่อตาที่วันนี้ไม่หวงลูกสาวอีกต่อไป ได้มอบคำสอนแทนใจแก่ลูกทั้งสองว่า “ในชีวิตคนเรามีความรัก ความเบื่อ ความโกรธ และความเกลียด หากเป็นด้านการงานแล้ว เราจะใช้ความเด็ดขาดจัดการกับปัญหาเหล่านี้ แต่ชีวิตคู่ เราต้องใช้ความรักเข้าปัดเป่าเท่านั้น” แล้วก็สวมกอดลูกทั้งสองที่น้ำตาปริ่มอย่างปลื้มปีติไปกับพรของพ่อ

..........................................................................

PHOTOS: SIT PHOTOGRAPH