อาริสสนี โชคะสุต – วรพฤฒิ์ เตชะไพบูลย์ - HELLO! Magazine Online

อาริสสนี โชคะสุต – วรพฤฒิ์ เตชะไพบูลย์

"ในการแต่งงาน ผมไม่ได้มองหาคนที่ผมรัก แต่ผมมองหาคนที่ผมจะนับถือเขาได้"

 

“เขาชอบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่จะโทร.มาหาและมารับบ่อยขึ้นเรื่อยๆ” คุณปอยเปิดฉากย้อนไปเมื่อ 13 ปีก่อนที่เธอยังเป็นนิสิตสาวรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนคุณปู่เป็นนักศึกษาหนุ่มแห่ง Parsons School of Design ที่นิวยอร์ก “ครั้งแรกพาเขาไปทานข้าวที่สยามสแควร์ แล้วก็ไปสปอร์ตคลับตรงถนนอังรีดูนังต์ ผมตีกอล์ฟ ปอยนั่งทำการบ้าน” คุณปู่บิน ไปมาระหว่างกรุงเทพ-นิวยอร์กทุกๆ ปิดเทอม ทุกครั้งเขาจะกลับมาพบแฟนสาวและทุกวันเขาจะโทร.หาเธอ “สมัยนั้นยังไม่มี Skype หรือ Facetime อาศัยซื้อบัตรโทรศัพท์โทร.หากัน ไม่มีวันไหนที่ผมไม่โทร.หาปอย” “ทุกวันนี้คู่เราก็ยังโลว์เทคกันอยู่นะคะ ติดโทร.หากันมากกว่า เวลาคุยก็ไม่ได้คุยกันหวานๆ หรอก แต่จะถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ทำงานเป็นยังไง ถามสารทุกข์สุกดิบกันทุกวัน”

ทั้งสองออกตัวว่าไม่ได้เป็นคู่รักหวานจี๋จ๋า แต่มีความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีให้กันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่คุณปู่เดินเข้าไปในบ้านคุณปอย “ผมสนิทกับครอบครัวปอยอยู่แล้ว วันนั้นเขานอนหลับอยู่บนโซฟาผมหยิบแหวนมาสวมให้ที่นิ้ว แล้วนั่งรอจนเขาตื่น” นักโฆษณาหนุ่มเจ้าไอเดียเล่าฉากโรแมนติก ด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “นั่นล่ะค่ะ วิธีที่เขาขอปอยแต่งงาน” เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ Chokas เล่าถึงที่มาของแหวนเพชรวงงามที่นิ้วนางข้างซ้ายในวันนั้นด้วยคุณอัจฉรา เตชะไพบูลย์ คุณแม่ของคุณปู่เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ หรือวงบีเอสโอ จึงคุ้นกับการจัดงานใหญ่ๆอย่างช่ำชอง ทำให้ทั้งสองตัดสินใจจัดพิธีสมรสด้วยตัวเอง “คุณแม่จัดงานอีเวนต์มาเยอะ ผมเลยคิดว่างานแต่งงานจะยากแค่ไหนกันเชียว แต่เอาเข้าจริงโอ้โห ยากมากครับ เพราะคุณแม่ละเอียดยิบทุกขั้นตอน (หัวเราะ)”

พิธีหมั้นและพิธียกน้ำชาเลือกจัดในห้องเอ็มบาสซีโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฏ์ พิธีกรดำเนินรายการไปด้วยความเรียบง่าย ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นและความใกล้ชิดมากขึ้น บนโต๊ะกลางวางตั้งสินสอดต่างๆ เช่น ชุดเครื่องถมทองลวดลายวิจิตรงดงามอันเป็นของเก่าแก่ที่คุณอัจฉราสะสมมา ได้ถูกนำมาเป็นพานใส่สินสอด กล่องถมทองใส่เครื่องประดับ ตลอดจนเครื่องเพชรของหมั้นที่คุณอัจฉราสั่งทำพิเศษรับขวัญลูกสะใภ้เป็นชุดสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และต่างหูเพชรสีขาวเข้าชุดกัน ขันเงินสองใบสำหรับใส่ไข่เงิน-ทองเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความสมบูรณ์ แม้แต่ตะกร้าจีนทรงปิ่นโตใส่ส้มมงคลและขนมจันอับตามประเพณีจีนคุณอัจฉรายังให้ช่างฝีมือจากเชียงใหม่บินลงมาเพนต์ลวดลายดอกโบตั๋นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งสองประคองมือกันเดินเข้าสู่ห้องพิธีหมั้นท่ามกลางเสียงไชโยแสดงความยินดีของครอบครัวและเพื่อนๆ และเสียงปรบมือยิ่งดังขึ้น เมื่อคุณปู่บรรจงสวมแหวนหมั้นเพชร Emerald Cut บนนิ้วนางข้างซ้ายของคุณปอย แหวนวงนี้เป็นวงเดียวกับที่คุณอุทัย เตชะไพบูลย์เคยหมั้นคุณอัจฉรา เมื่อ 36 ปีก่อน นอกจากนั้นคุณปู่ยังออกแบบแหวนหมั้นของตนเองเป็นแหวนประดับเพชรเม็ดเล็กๆ เป็นแถวพ้องกันกับแหวนหมั้นฝ่ายหญิงด้วย

เมื่อมาถึงพิธียกน้ำชา คุณปอยเปลี่ยนเป็นชุดกี่เพ้าสีชมพูพิมพ์ลายดอกบ๊วยเล็กๆ สั่งตัดจากร้านมังกรร้านดังเรื่องชุดกี่เพ้าร่วมสมัย บ่าวสาวยังมอบกรอบรูปขลิบหนังอย่างดีพร้อมการ์ดกราบขอบคุณญาติผู้ใหญ่เป็นของรับไหว้แก่ญาติผู้ใหญ่ที่กรุณามาร่วมพิธียกน้ำชาด้วย จากนั้น แขกคนพิเศษได้ทยอยเข้าในห้องรอยัลบอลรูม เพื่อร่วมงานซิตดาวน์มื้อกลางวัน ผ่านกำแพงต้นโมกกว่า 300 ต้น ซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมจัดเมนูอร่อยถูกปากเจ้าตัวเล็กไว้พร้อมสรรพ ภายในห้องจัดเลี้ยงได้รับการตกแต่งในบรรยากาศโก้หรูด้วยธีมขาว-เขียว ประดับด้วยทั้งต้นและดอก Phalaenopsis สีขาวและกุหลาบขาวเขียวทั้งห้องคุณปอยและคุณปู่เดินเข้าไปกล่าวทักทายถ่ายรูปกับญาติๆ และครอบครัวแขกแต่ละท่านอย่างใกล้ชิดซึ่งทุกท่านต่างมอบรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคำอวยพรให้ทั้งคู่ โดยมีเสียงเพลงจากวงบีเอสโอบรรเลง เริ่มด้วยบทเพลง What a Wonderful World ต่อด้วย My Girl สร้างความโรแมนติกสมกับเป็นวันฤกษ์ดี ช่วงท้ายๆ ของงานบรรยากาศยิ่งสนุกเป็นกันเองมาก เมื่อเพลง New York, New York ดังขึ้นคุณปู่กระโดดขึ้นเวทีคว้าไมค์ไปร่วมร้องเพลงกับคุณก๊องส์-ศุษณะ ทัศน์นิยม โดยมีคุณจิตรามณฑ์เตชะไพบูลย์ นำญาติๆ มาเต้นรำกันเป็นที่สนุกสนาน นอกจากของชำร่วยที่วางไว้บนโต๊ะอาหารสำหรับแขกแต่ละท่านแล้ว เจ้าภาพยังจัดเตรียมถุงไว้ให้แขกได้นำกล่องดอกไม้สีทองที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร และต้น Phalaenopsis ที่ประดับทั่วห้องติดมือกลับบ้านไปด้วย

“เป็นงานที่ไม่มีอะไรต้องเหลือทิ้งเลย คุณแม่อยากให้แขกเก็บเป็นของที่ระลึกกลับไปได้หมด ซึ่งทุกคนแฮปปี้มาก” เจ้าสาวยิ้มอย่างปลื้มใจกับการที่คุณแม่และคุณลุงให้เกียรติเป็นแพลนเนอร์ด้วยตัวเอง และซาบซึ้งในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ที่คุณแม่ช่วยไปดูเจ้าสาวลองชุดด้วยตนเองทุกครั้ง จนถึงการสั่งทอผ้าม่านมาตกแต่งเวทีใหม่ทั้งหมด “ปอยคิดว่าเราสองคนผ่านเรื่องราวทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อคนสองคนคบกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ 13 ปีที่ผ่านมาจะราบรื่นไปเสียหมด แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยทิ้งปอย และเขาให้ความสำคัญกับครอบครัวและญาติๆ ตระกูลเตชะไพบูลย์มากๆ ปอยก็คิดว่าเขาจะรักครอบครัวของปอยและครอบครัวของเราด้วยเช่นกัน”

“ถามว่ามีคนที่ทำให้ผมมีความสุขได้มากกว่าปอยไหม ก็อาจจะมี มีคนเข้าใจผมได้มากกว่าปอยหรือเปล่า ผมว่าอาจจะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันได้คือ การเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกันในการแต่งงาน ผมไม่ได้มองหาคนที่ผมรัก เพราะความรักเป็นสิ่งไม่ยั่งยืน อีกอย่างผมไม่ได้อยากเป็นผู้นำครอบครัวอยู่คนเดียว แต่ผมอยากได้ผู้นำครอบครัวสองคน ฉะนั้นสิ่งที่ผมมองหาคือคนที่จะสู้ฝ่าฟันไปด้วยกันและต้องเป็นคนที่ผมพร้อมจะนับถือเขาได้

“ทุกอย่างที่ผมมองหา มีอยู่ในตัวปอยครับ”