ปนัดดา เลิศหัตถศิลป์ – กมล สุโกศล แคลปป์ - HELLO! Magazine Online

ปนัดดา เลิศหัตถศิลป์ – กมล สุโกศล แคลปป์

"ผมมีสิ่งที่รักอยู่สามอย่างมอเตอร์ไซค์ ดนตรี และเจ"

หนึ่งในผู้บริหารเครือโรงแรมเก่าแก่อย่างเดอะสุโกศล ตกหลุมรักหญิงสาวสักคน คุณสุกี้-กมลสุโกศล แคลปป์ เนรมิตพิธีแต่งงานที่พราวไปด้วยดอกไม้สีขาว ควงคู่เจ้าสาวนักบริหารศิลปะแห่งแกลเลอรี่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ คุณเจ-ปนัดดา เลิศหัตถศิลป์

“พี่สาวผม (คุณดารณี สุโกศล แคลปป์) มีเพื่อนสวยๆ เยอะ แต่ไม่เคยแนะนำให้ผมรู้จักสักคน คงไม่รู้ว่าเสน่ห์ผมน่ะแค่ไหน” ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันกล่าวด้วยสำเนียงแปร่งนิดๆเรียกเสียงหัวเราะเมื่อเริ่มต้นเล่าเรื่องราวที่คล้ายจะเป็น ‘รักแรกพบ’ ระหว่างเขาและหญิงสาวใบหน้าสวยคมแบบไทย ด้วยคุณเจเป็นเพื่อนกับคุณดารณีมานาน หากเพิ่งเคยพบหน้าน้องชายคนโตของเพื่อนก็ในงานวันเกิดหนึ่งเมื่อราวๆ5 ปีก่อน “ผมชอบดูคนที่แววตาและบุคลิกผมเป็นคนดูโหงวเฮ้งใครไม่ค่อยผิดเสียด้วยครั้งแรกที่เห็นเจก็ชอบเลย น่ารักดี ผมบอกพี่สาวว่าคนนี้ไอชอบนะ อย่าทำพัง’ แล้วก็วางแผนจีบอย่างเยอะ คนไม่รู้ตัวว่าถูกจีบเป็นฝ่ายเล่าบ้างว่า “หลังจากนั้น 2 - 3 วันมีงานเปิดนิทรรศการศิลปะที่หอศิลป์กรุงเทพฯ เจชวนเพื่อนๆ ไปงานกันแต่พอถึงเวลานัด สุกี้มาคนเดียว วันนั้นรู้ละว่าเขาจีบ” คุณสุกี้พูดเสริมยิ้มๆ ว่า “แต่เขาชวนผมไปกินข้าวต่อนะ เดทครั้งต่อๆ ไปจึงไม่จำเป็นแล้วที่ต้องมีตัวช่วย เพราะสองคนเริ่มเปิดใจต่อกันแต่ไม่วายคณะที่ปรึกษาต้องช่วยกันทุกขั้นตอน “ลูกชายผม (คุณดีโน่-เดชจุฑา วากเนอร์ แคลปป์) พาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ลูกบอก แดดดี๊ห้ามใส่รองเท้าแตะ เพราะไปไหนผมก็ใส่แต่รองเท้าแตะ ส่วนเพื่อนสอนให้ใช้ภาษาคาราโอเกะเวลาส่งข้อความไปหาเจ กินข้าวหรือยังคะ วันนี้เป็นยังไงบ้างนะ ต้องลงท้ายว่า คะ กับ นะ” นักดนตรีมือเก๋ากล่าวกลั้วหัวเราะ

คนหนึ่งนิ่งลุ่มลึกราวกับแม่น้ำ ขณะที่อีกคนเต็มไปด้วยแรงพลังไม่หยุดนิ่ง หากความต่างนี้เอง ยึดโยงให้ทั้งสองคบกันอย่างราบรื่น “สุกี้ไม่ค่อยโรแมนติก แต่เป็นคนน่ารัก อารมณ์ดี ทำให้เราหัวเราะและยิ้มได้ คงเป็นความโรแมนติกทางอ้อมอย่างหนึ่งนะคะ” คุณเจเล่าถึงอีกด้านที่ไม่ค่อยเห็นของผู้ชายที่พูดตรงๆ คนนี้ “เจบอกว่าชอบป๊อกกี้สตรอว์เบอร์รี ผมก็ซื้อป๊อกกี้สตรอว์เบอร์รีให้“ เขาพยายามนึกถึงมุมโรแมนติกของตัวเอง “ตอนเดทกันใหม่ๆ เจบอกผมว่า ‘สุกี้ ผู้ชายคนอื่นที่ไอเดทมา เด็กกว่ายูทุกคน แต่ทุกคนทำตัวแก่กว่ายูหมด’ (หัวเราะ) คนเราจะอยู่ด้วยกันได้ มันต้องcompatible บางคนรักกันมากนะครับแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะบวกเจอกับบวก ยังไงก็พัง ต้องเป็นบวกกับลบครับ และความเชื่อลึกๆ ที่เป็นแก่นของชีวิตต้องไปด้วยกันได้ อะไรที่เผินๆ ไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอก”

“ผมเป็นคนเฉื่อย วินาทีสุดท้ายค่อยทำ เกิดมาไม่เคยตรวจสุขภาพ เพิ่งไปตรวจครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว รถก็ขับอย่างเดียว ไม่เคยตรวจเช็ก จนวิ่งไม่ไปแล้วถึงค่อยเอาไปซ่อม เป็นคนแบบนั้น แต่บทจะขอแต่งงาน ผมก็อยากให้โรแมนติกบ้าง ผมพาเจไปเที่ยวบาหลีพยายามหาจังหวะเหมาะๆ แต่มันยังไม่ใช่ ไม่โดนแล้วก็ยิ่งเครียดขึ้นทุกที เพราะเก็บแหวนไว้กับตัวตลอดเวลา ถ้าหายไปนี่ยุ่งเลย (หัวเราะ) จนถึงวันสุดท้าย ผมพยายามทำตัวเองให้น่ารักที่สุดเท่าที่จะน่ารักได้ พอเจเดินมา ผมบอกให้เขาหยิบผลไม้ในถาดมาให้หน่อย” แล้วแตะไหล่ให้คุณเจเล่าต่อว่า “ในถาดผลไม้มีแหวนซ่อนอยู่ เจรู้ว่านั่นคือความพยายามที่สุดของเขาแล้ว ก่อนไปเจมีความรู้สึกว่า อาจเป็นทริปนี้ที่เขาจะขอแต่งงาน แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ดีใจค่ะ เจว่าความโรแมนติกเป็นกิมมิกของแต่ละคู่ แต่ไม่ใช่แกนของชีวิต สิ่งสำคัญคือสุกี้ทำให้เจมีความสุข เขาเป็นคนดีแต่ไม่โรแมนติก ดีกว่าเป็นคนโรแมนติกแต่เป็นคนไม่ดี”

.

       

ในงานแต่งงานคุณสุกี้อยู่ในสูทสามชิ้นสีครีมซ้อนด้านในด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาล เข้ากับรองเท้าหนังเฉดสีเดียวกัน เมื่อคุณสุกี้ยอมสวมรองเท้าหนังโก้เสียขนาดนี้ นัยว่าต้องเป็นวันพิเศษอย่างยิ่งเป็นแน่ซึ่งเมื่อคุณเจก้าวออกมาในเดรสแขนกุดแต่งลูกไม้สีขาวยาวกรอมเท้างามสง่าทว่าอ่อนหวานของ Elie Saab จากบูติกดัง SoL and GRAVITE เป็นอันได้คำตอบว่าทั้งสองจะเข้าพิธีหมั้นกันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว ความเรียบง่ายและอบอุ่นคือหัวใจของพิธีหมั้นครั้งนี้ ดอกไม้จัดอย่างไทยร่วมสมัย ว่าที่คู่หมั้นทั้งสองนั่งพับเพียบบนหนังม้าลาย แหวนหมั้นเพชรเม็ดกลมคลาสสิก ตามบุคลิกของคู่หมั้นหญิง ถูกบรรจงสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณเจท่ามกลางเสียงเฮลั่นจากครอบครัวและเพื่อนสนิทราว 70 - 80 คนที่ร่วมเป็นสักขีพยาน ต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ที่มีฉากหลังเป็นพรรณไม้เขียวและแดดยามเช้าที่ส่องลอดเข้ามากลางลานโรงแรมแต่ที่สดใสชื่นมื่นยิ่งกว่าคือรอยยิ้มจากผู้คนรอบตัว เมื่อยามเย็นปรากฏ ทีมงานของเดอะสุโกศลโรงแรมเก่าแก่บนถนนศรีอยุธยา เนรมิตห้องกมลทิพย์บอลรูมที่แต่เดิมตกแต่งในสไตล์ไทยร่วมสมัยให้กลายเป็นโฉมใหม่ ราวกับยกสวนดอกไม้สีขาวแซมเขียวมาไว้กลางโรงแรม ตามความปรารถนาของเจ้าสาว “เจรู้สึกมาเสมอว่างานแต่งงานสำคัญมาก เพราะในชีวิตเรามีสองงานคืองานแต่งงานกับงานศพที่คนที่เรารักจะมารวมกันได้ อยากให้มองไปทางไหนก็มีแต่ครอบครัว เพื่อนๆ และคนที่เรารัก นั่นคือไอเดียงานแต่งงานของเจ และอยากแต่งงานในสวน ชอบไอเดียในสวนหลังบ้าน ซึ่งพอเห็นสิ่งที่ทีมงานเนรมิตมาให้ก็เซอร์ไพรส์มาก ทำได้ดีเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีกเพราะเป็นมืออาชีพกันด้านนี้อยู่แล้ว ”

“เรารวมพิธีการที่เราชอบมาไว้ด้วยกัน อย่างช่วงนำเข้าสู่พิธีการ คุณพ่อ (คุณประทีป เลิศหัตถศิลป์) พาเจเดินไปส่งให้กับผู้ชายที่จะเป็นคู่ชีวิต มีหลานๆ 4 คนโปรยดอกไม้นำไป เป็นช่วงเวลาที่ซึ้งมาก เจชอบภาพแบบนี้ค่ะ” หลังจากนั้น คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดีพี่สาวคนโตของครอบครัวกล่าวเชิญคุณอานันท์ ปันยารชุน ประธานในพิธีขึ้นกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวตามด้วยคุณประทีปขึ้นเวทีไปสร้างเซอร์ไพรส์เล็กๆ “คุณพ่อพูดไม่ค่อยเก่ง เลยร้องเพลงสุดฟากฟ้าของคุณชรินทร์ นันทนาครให้เราสองคน เจเพิ่งเคยเห็นท่านร้องเพลงสดๆ ก็ครั้งนี้ แปลกใจและซึ้งมาก” ฝ่ายครอบครัวคนดนตรีของเจ้าบ่าวไม่น้อยหน้า คุณกมลา สุโกศล คุณแม่ของคุณสุกี้คว้าไมค์เอื้อนเพลง L-O-V-E เพลงรักอมตะของแนต คิง โคล มอบให้สมาชิกใหม่ของครอบครัวด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราถูกสอนมาซึ่งน้ำเน่าเหลือเกินพวกนั้น มาวันนี้ผมรู้แล้วว่าทั้งหมดคือความจริง กระบวนการของการแต่งงานทำให้ผมรักเจมากขึ้นทำให้ผมรู้สึกว่าจะมีใครสักคนแก่ตายไปด้วยกัน เป็นเรื่องของความรู้สึกอย่างเดียวเลย ไม่มีเหตุผลอธิบาย” เขาสารภาพ คุณเจที่ได้ฟังแล้วไม่กล่าวอะไร แต่แววยิ้มในแววตาก็บ่งบอกชัดว่ารับรู้ และเธอคงจะเห็นภาพเดียวกันนั้นด้วยเช่นกัน

..................................................................

PHOTOS: มหัสนัย ลิ่วเฉลิมวงศ์