“ซินทรา” เมืองมรดกโลกสุดโรแมนติก - HELLO! Magazine Online

“ซินทรา” เมืองมรดกโลกสุดโรแมนติก

ไม่น่าเชื่อว่าในเมืองจะมีปราสาทที่คล้ายคลึงกับปราสาทแห่งเทพนิยายซินเดอเรลลาที่แสนสวยงามซ่อนอยู่ด้วย

ดูเหมือนสถาปัตยกรรมต่างๆ ในซินทราจะมีประวัติอันยาวนานให้น่าค้นหา ต้นไม้ทุกต้นตามรายทางของที่นี่จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เพียงได้นั่งมองบรรยากาศรอบตัวอันสวยงามสุดวิเศษเช่นนี้ ก็ตราตรึงใจไปอีกนานเท่านาน

ประเทศโปรตุเกสนั้นต้องเรียกว่าเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญแห่งประวัติศาสตร์โลกในหลายๆ ด้านเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นหนึ่งในด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เลื่องชื่อเรื่องขนมหวานแสนอร่อย ผู้คนที่แสนใจดี และไม่น่าเชื่อว่าจะมีปราสาทที่คล้ายคลึงกับปราสาทแห่งเทพนิยายซินเดอเรลลาที่แสนสวยงามซ่อนอยู่ในเมืองนี้ด้วย แบบนี้จะไม่หลงรัก....ได้อย่างไร

เราอาจเคยได้ยินว่าที่มาของขนมหวานที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ฝอยทอง ทองหยิบ หม้อแกง ทองโปร่ง ทองพลุ สำปันนี ไข่เต่า ทองหยอด ว่าเป็นขนมไทยที่มีต้นตำรับในโปรตุเกส แต่ถ้ามาซินทราคุณจะต้องมาชิมขนมหวานอย่าง ชีสทาร์ต (queijadas) และพัฟหวานสอดไส้อัลมอนด์ (travesseiros) ที่มีขายทั่วไปตามร้านกาแฟและร้านขนมรอบๆ ตัวเมือง แต่ร้านขนมที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือ ร้าน Piriquita เป็นร้านสีเหลืองบนถนน Rua das Padarias 1-5 เพียงเรานั่งรถไฟจากลิสบอนไม่ถึงชั่วโมงดี ก็จะได้พบกับความงดงาม น่าประทับใจ

เสน่ห์ของศิลปะที่มีอยู่เกลื่อนกลาด ลวดลายกระเบื้องเซรามิกศิลปะดั้งเดิมจากประเทศอาหรับที่แพร่ความนิยมจากสเปนจนมาถึงโปรตุเกส ได้พัฒนามาเป็นภาพวาดฝาผนังอันซับซ้อนที่เรียกว่า azulejo ไม่เพียงแต่จะเห็นบนพื้นฟุตบาทเหมือนประเทศอื่นๆ แต่กับเห็นอยู่ตามผนังบ้าน โรงเรียน และสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก

สถาปัตยกรรมโปรตุเกสหลอมรวมความละเอียดอ่อนยิ่งกว่าที่เคยเห็นในฝรั่งเศส และดูมีเสน่ห์น่าค้นหายิ่งกว่าที่เคยพบในอิตาลี ความงามที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆ ในเมืองเล็กๆ ตามซอกซอยและมุมตึกเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณกลิ่นอายโรแมนติกที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 - 19 งดงามจน UNESCO ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995

พลาดไม่ได้คือการชมปราสาทพีน่า ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองซินทราและในปี ค.ศ.1995 ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสไปพร้อมๆกัน

.

.

ปราสาทพีน่าสร้างโดยกษัตริย์พระองค์ที่ 13 ของโปรตุเกส คือพระเจ้าจอห์นที่สอง ทรงสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้ราชินี Eleanor of Viseu เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความรักของพระองค์ นอกจากพระราชวังแล้วยังมีสวนอันกว้างใหญ่ถึง 270 เฮกตาร์ ดูแต่ไกลเหมือนปราสาทในเทพนิยายที่เจ้าหญิงรอเจ้าชายขี่ม้าขาวมาเยือนปราสาทอย่างไรอย่างนั้น

จากปราสาทพีน่าให้เดินย้อนจากทางเข้าปราสาทมาประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงพระราชวังเก่าแก่อีกแห่งที่ชื่อว่า Moorish Castle ที่สร้างในราวศตวรรษที่ 8 - 9 เดิมเป็นดินแดนของชาวมัวร์ เนื่องจากในยุคนั้นแถบคาบสมุทรนี้ชาวมัวร์จากแอฟริกาล้วนเป็นใหญ่จนกระทั่งราวศตวรรษที่ 12 ปราสาทแห่งนี้จึงตกเป็นของชาวคริสต์ จุดเด่นของปราสาทคือกำแพงบังลมที่สร้างไล่ขึ้นไปยังปราสาทคล้ายกับกำแพงเมืองจีนขนาดเล็ก ที่สร้างด้วยหินแกรนิตแข็งแกร่งตามยุทธศาสตร์ทางทหาร

นอกจากนี้ยังมีปราสาท Quinta da Regaleira อีกแห่งที่ยูเนสโกประกาศเป็นมรดกโลก และขอย้ำว่าไม่ควรพลาดไปเยือนที่นี่ด้วย ปราสาทแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Luigi Manini ผู้ออกแบบ La Scala ในมิลาน ปราสาท Quinta da Regaleira สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นทั้งของยุคโรมัน โกธิค เรอเนสซองส์ และมานูอีไลน์ ผสมผสานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว เดิมเป็นของมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง และเคยเป็นของญี่ป่นอยู่ช่วงหนึ่งด้วยซ้ำ แต่ภายหลังรัฐบาลยึดคืนมา และนำมาเปิดใหม่ให้ผู้ที่สนใจเข้าชมภายในมีแลนด์สเคปสวยงามอลังการ ทั้งโบสถ์ทะเลสาบ รวมถึงถ้ำและอุโมงค์ให้เดินชม อีกทั้งมีบันไดวนที่แสนสง่างามลงไปยังอุโมงค์ลับที่ทอดสู่โลกใต้ดิน ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด