คุณยูกิ ศรีกาญจนา พาชม BASELWORLD - HELLO! Magazine Online

คุณยูกิ ศรีกาญจนา พาชม BASELWORLD

งานแสดงนวัตกรรมเรือนเวลา จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปี ณ เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

คุณยูกิ ศรีกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท เพนดูลัม จำกัด  นำเข้าและเป็นผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำหลายต่อหลายยี่ห้อด้วยกัน จึงไม่แปลกที่เธอจะเดินทางไปชมงาน Baselworld แทบทุกปีเลยก็ว่าได้ เพื่ออัพเดทเทรนด์ของโลกแห่งนาฬิกาว่าไปถึงไหนกันบ้างแล้ว โดยงาน Baselworld จัดขึ้น ณ เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนแห่งนาฬิกาที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยจัดกันในช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปี

“ดิฉันรู้จักงาน Baselworld เป็นครั้งแรกเมื่อมาทำงานที่เพนดูลัมค่ะ และนำไปสู่การเดินทางไปดูงาน Baselworld ที่เมืองบาเซิลเป็นครั้งแรกเช่นกัน ตอนนั้นทราบว่าเป็นงานเทรดแฟร์ ซึ่งดิฉันไปร่วมงานในฐานะ watch retailer เป็น buying trip เพื่อดูนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ๆ ที่จะออกวางตลาดในปีนั้น และสั่งซื้อล่วงหน้า “เราได้พบผู้ผลิตนาฬิกาและผู้บริหารแบรนด์ต่างๆ ที่นำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ๆ ที่ตนผลิตเพื่อให้เราสั่งซื้อ พร้อมกันนั้นก็ได้พูดคุยถึงแผนการตลาดที่จะใช้โปรโมตแบรนด์และนาฬิการุ่นใหม่”

“สำหรับครั้งแรกต้องใช้คำว่า ตระการตาไปกับทุกสิ่งทุกอย่างและรู้สึกประทับใจมาก ไหนจะนาฬิกาหลากหลายแบรนด์ ข้อมูลเกี่ยวกับนาฬิกาต่างๆและจำนวนคนมากมายที่ไปชมงานแฟร์ เรื่อยไปจนถึงตารางประชุมที่อัดแน่นต่อเนื่องกันตลอดทั้งวัน “หลังจากนั้นในช่วงวันท้ายๆ ทางผู้จัดเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมงานได้ โดยต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูเนื่องจากงาน Baselworld เป็นงานใหญ่และสถานที่จัดงานก็กว้างขวางใหญ่โต แนะนำว่าให้เผื่อเวลาอย่างน้อยสองถึงสามวัน เพื่อจะได้ชมครบทุกบูธ อีกทั้งยังสามารถเข้าไปชม Jewelry Fair ซึ่งจัดแสดงในอีกฮอลล์หนึ่งได้อีกด้วย

“ถ้าชมงานแบบนักท่องเที่ยว ขอแนะว่าให้เลือกชมบูธของแบรนด์ที่ตัวเองสนใจไว้ก่อนค่ะ และต้องไม่พลาดบูธที่จัดแสดงใกล้กับทางเข้างาน เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นแบรนด์ดังๆ ของโลก และสามารถหาข้อมูลการจัดแสดงงานพร้อมแผนผังบูธจากชั้นวางเอกสารแจกฟรีบริเวณทางเข้างานได้ด้วยค่ะ”

คุณยูกิยังให้คำแนะนำดีๆ แก่ผู้ที่อยากเข้าชมงานนี้ว่า “เนื่องจาก Baselworld จัดขึ้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิอากาศจึงยังคงหนาวเย็นมากอยู่ จึงอยากให้เตรียมเสื้อกันหนาวหรือโค้ตไป และอาจจะพกร่มเผื่อไปด้วยเพราะอากาศค่อนข้างแปรปรวน และควรแต่งกายแบบมีเลเยอร์ หนาวก็ใส่เสื้อหลายชั้นหน่อย ถ้าร้อนก็แค่ถอดเสื้อตัวนอกออก เป็นเพราะตัวเองไปทำงาน ปกติดิฉันจะแต่งตัวแบบโปรเฟสชั่นนัลลุค แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วสามารถแต่งกายแบบลำลองทว่าสุภาพได้ ที่สำคัญต้องใส่รองเท้าคู่ที่ใส่สบายไปด้วย เพราะพื้นที่แต่ละฮอลล์นั้นกว้างมาก ทำให้ต้องเดินไกล”

.

.

สำหรับทิปส์อื่นๆ ที่เธออยากฝากไว้ก็คือ เรื่องที่พักซึ่งสำคัญมาก “การจองที่พักควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน หากเป็นโรงแรมในเมืองบาเซิล เขามีนโยบายให้จองห้องเท่ากับระยะเวลางานแฟร์ เช่น ถ้าแฟร์จัดนาน 10 วัน ทางโรงแรมโดยมากมักจะขอให้แขกจองตามระยะเวลาของงานสิบวันเช่นกัน ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะสูงมากค่ะ แต่ก็ยังมีทางออกด้วยการจองที่พักในเมืองใกล้ๆเช่น ซูริก ซึ่งอยู่ห่างจากบาเซิลไม่เท่าไร แค่นั่งรถไฟประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น อีกทั้งโรงแรมในซูริกยังมีหลายระดับให้เลือก หรือจะไปพักที่เมืองเบิร์นก็ได้ค่ะ”นอกจากนี้เรื่องอาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ที่พักเพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง หากปล่อยให้ตัวเองหิวโหยอาจทำให้การเดินชม Baselworld สนุกน้อยลง

สำหรับคุณยูกิเธอเลือกที่จะฝากท้องที่ Messe Basel เป็นร้านอาหารใกล้กับสถานที่จัดงาน ซึ่งคนที่มางานนี้มักจะมารับประทานอาหารง่ายๆ ที่นี่ เช่น ไส้กรอกเสิร์ฟกับขนมปัง สลัดผักกับพาสต้า เมนูสองอย่างนี้น่าจะอยู่คู่กับงานมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน ไม่อย่างนั้นก็ไปรับประทานที่ร้านใกล้ๆ เช่น ร้าน Jeffrey’s ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยแต่เจ้าของเป็นฝรั่ง ร้านนี้คนแน่นตลอด หรือหากคุณเลือกพักที่ซูริก ขอบอกว่าร้านอาหารทั้งภายในและโดยรอบสถานีรถไฟนั้นมีร้านอร่อยอยู่หลายร้าน อีกทั้งยังอยู่ใจกลางถนนช็อปปิ้งอีกด้วย

ของฝากก็เป็นอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ตามธรรมเนียมไทยที่คุณยูกิซื้อฝากคนใกล้ชิดเป็นประจำคือ “ช็อกโกแลตสวิส คุกกี้ของสวิส และคุกกี้ Linzer” ส่วนคุณที่อยากท่องเที่ยวต่อเพราะเวลาพักร้อนยังเหลือ คุณยูกิแนะนำให้แวะเที่ยวลูเซิร์น “ที่นั่นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม สามารถขึ้นไปชมวิวบนภูเขาได้ด้วยการเดินทางไปก็สะดวกหากใช้บริการรถไฟซึ่งได้ชมวิวสองข้างทางไปพลางๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสกียังสามารถเลือกไปเล่นสกีตามเมืองใกล้ๆ ได้ด้วยค่ะ เพราะยังคงมีหิมะหนาเอาการอยู่”

การชมงาน Baselworld อาจทำให้นักเลงนาฬิกาอยากหวนกลับไปชมอีก เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนแปลงฉับไว ในแต่ละปีมีดีไซน์และเทคโลยีใหม่ๆ ออกมาให้ทำความรู้จักเสมอ แถมหากมีเวลายังได้เที่ยวประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลกอีกด้วย ฉะนั้นครั้งเดียวคงไม่พอเสียแล้ว