มลชยา เตชะไพบูล เรียบ หรู และ functional คือนาฬิกาที่ตอบโจทย์ - HELLO! Magazine Online

มลชยา เตชะไพบูล เรียบ หรู และ functional คือนาฬิกาที่ตอบโจทย์

"นาฬิกามีความน่าสนใจในตัวของมันเอง โดยเฉพาะนาฬิกาประเภท skeleton ที่เราสามารถเห็น movement ภายในของมัน"

       

นอกจากบทบาทคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วคุณจ๋า-มลชยาเตชะไพบูลย์ยังแบ่งเวลาไปช่วยสอนหนังสือที่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯสัปดาห์ละ 3 วัน และกำลังจะเริ่มเข้าไปช่วยงานด้าน Communication ให้กับ Bangkok Symphony Orchestra Foundation ส่วนความสนใจในเรื่องนาฬิกานั้นเธอเล่าให้ฟังว่าได้มาจากความรู้ทางด้านวิศวกรที่ศึกษาเล่าเรียนมา “จ๋ามองว่านาฬิกามีความน่าสนใจในตัวของมันเองเพราะว่าบางอันมี functional และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆโดยเฉพาะนาฬิกาประเภท skeleton ที่เราสามารถเห็น movement ภายในของมันด้วยความที่จ๋าเคยเป็นวิศวกรเรียนมาทางด้านวิศวกรรมจึงยิ่งสนใจมากเป็นพิเศษว่าข้างในมันทำงานอย่างไรอีกอย่างนาฬิกาสามารถเป็นเครื่องประดับได้ในตัว “เรือนที่จ๋าใส่ติดตัวตลอดและรักมากที่สุดต้องเรือนนี้เลย Breguet ตอนที่ซื้อเหมือนเป็นรักแรกพบคือตอบโจทย์มากซื้อเมื่อสักสี่ปีก่อนให้ตัวเองวันเกิดเดินเข้าไปซื้อเองเลยที่ร้านแฟรงค์จิวเวลรี่พารากอนให้เขาตัดสายให้พอดีแล้วใส่เลยแบบว่าเห่อมากคือดูแล้วสวย

หวานออกผู้หญิงๆแต่ก็มีความเข้มแข็งเพราะฉะนั้นจะเป็นเรือนที่ไม่ได้ใส่เฉพาะออกงานกลางคืน แต่จะใส่ติดมือเลยเวลาไปไหนกลางวันจ๋าก็ใส่ไปโน่นนี่ตอนที่เดินเข้าไปที่ร้านไม่ได้คิดว่าจะซื้อเรือนไหนเป็นพิเศษ แต่พอเห็นแล้วมันใช่เลยต้องเรือนนี้เท่านั้นคือเรือนนี้ความจริงไม่มีอะไรเลยนะตรงไปตรงมาคือหน้าปัดเป็นเลขโรมันธรรมดาทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยเรียบง่ายแต่ดูแล้ว delicate หรู “เรือนนี้ของ Corum เป็น Golden Bridge คือข้างในมี bridge ตรงกลางจ๋าซื้อที่งาน Watch Fair ที่เซ็นทรัลสวยดีค่ะบางๆหน่อย เพราะความจริงแล้วจ๋าเป็นคนข้อมือค่อนข้างเล็กถ้าหน้าปัดใหญ่มากใส่แล้วมันจะดูเทอะทะเลยต้องเล็กนิดหนึ่งจ๋าว่าเก๋ดี คือทรงผอมๆบางๆแต่มีอะไรน่าสนใจไม่ใช่แค่หน้าปัดกลมๆ “อย่างเรือนนี้เป็นของ Jacob & Co. รุ่นนี้เป็นแบบ 5 ไทม์โซนชื่อรุ่นว่า The World Is Yours หน้าปัดเป็นรูปแผนที่โลกประดับด้วยเพชรเป็นสีๆเรือนนี้ได้มาตั้งนานมากแล้ว ตอนไปเที่ยวเจนีวาคือไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ทั้งทีไม่ซื้อนาฬิกาได้ยังไง ปกติจ๋าชอบสีขาวสีเงินแล้วเรือนนี้เหมือนกับว่าเป็นเรือนวิบวับเรือนแรกเลย

“ทีนี้ปกติจ๋าจะเป็นคนแต่งตัวเรียบๆขาวดำเอิร์ธโทนคุณแม่เลยบอกว่าหาอะไรที่มันสีสันนิดหนึ่ง อย่างเช่น กระเป๋า รองเท้า เลยเริ่มจากนาฬิกา ซึ่งเรือนนี้มากับสายสีฟ้าจากนั้นจ๋าไปทำสายเพิ่มมีทุกสีเลยค่ะ เปลี่ยนได้ตามหน้าปัดสีชมพูสีเหลืองสีม่วงสีเขียวคุณแม่จะได้ไม่บ่นว่าไม่มีสีสดใส (หัวเราะ) เรือนนี้ตอนที่เขาจัดงาน Watch Fair ที่ฮ่องกงเขาขอเอาไปโชว์ที่งานด้วย” หรืออย่างเรือนนี้ของ Parmigiani ออกจะสปอร์ตมากที่สุดคุณจ๋าตั้งใจซื้อเก็บไว้ให้ลูกชาย “รุ่นนี้คือ Tonda เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นข้างในเป็น skeleton เรือนใหญ่นิดหนึ่งตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกชายแต่ตอนนี้แม่ขอมา test drive ให้ก่อนไหนๆก็ไหนๆแล้ว (หัวเราะ) จะดูบึกบึนมีวิบวับนิดหน่อย ยังกลัวอยู่เลยว่าถึงเวลาลูกชายอยากได้ไหมเรือนนี้จะตรงไปตรงมาดูเวลาได้อย่างเดียว” ไม่ใช่แค่นาฬิกาที่มี functional อย่างเดียวที่คุณจ๋าสะสม “อย่างพวกjewelry watch จ๋าก็มีบ้างจะเป็นพวก Cartier หรือ Rolex เรือนนี้ตรงกลางเก่ามากคุณแม่ให้มาเป็นวินเทจตอนแรกเป็น bracelet โลหะธรรมดาจ๋าเอาไปให้ร้านจิวเวลรี่ช่วยทำสายให้ใหม่ “ส่วนใหญ่จ๋าซื้อนาฬิกาแต่ละเรือนเพราะความชอบและการใช้งานมากกว่าส่วนราคาอาจต้องดูนิดหนึ่งว่าต้องหยอดกระปุกนานแค่ไหนตอนนี้มีอยู่ประมาณ 20 เรือนครึ่งหนึ่งเป็นแบบวิบวับอีกครึ่งหนึ่งสามารถใส่ casual ไปต่างจังหวัดเช่น Hermès หรือ Bvlgari แบบเรียบๆแต่มีวิบวับนิดหนึ่งให้ดูเฟมินิน แต่มีรายละเอียดจ๋าเป็นคนชอบมีรายละเอียด

“จ๋าชอบนาฬิกาเพราะว่าปกติจ๋าไม่ใส่เพชรพลอยแต่อย่างนาฬิกานี่มันดู functional ด้วย แล้วเป็นเครื่องประดับได้ด้วยสำหรับจ๋าแล้วยังช่วยให้เราเป็นคนตรงต่อเวลาด้วย” คุณจ๋าบอกว่าถ้านัดกันกับเพื่อนๆเธอต้องไปเป็นคนแรกหรือคนที่สองเสมอจนลูกชายพูดว่า ‘Mama’s never late’ “สำหรับจ๋านาฬิกาถือเป็นมรดกตกทอดส่งผ่านสู่รุ่นต่อไปจ๋าไม่คิดซื้อนาฬิกาเพื่อการลงทุนเลย คือซื้อไว้ได้ใส่ก็ชื่นใจแล้วเอาไว้ให้ลูกหลานต่อไปได้เหมือนสโลแกนของ Patek Philippe เราไม่ได้เป็นเจ้าของหรอกเราแค่ดูแลไว้ให้เจเนอเรชั่นต่อไป แต่ว่าณขณะนี้เราขอเอามาใช้ก่อน (หัวเราะ) ดูแลไปใช้ไปด้วยถือเป็นมรดก”