ปราสาทแบบยุโรปแห่งเดียวบนเขาใหญ่ ของรศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ - HELLO! Magazine Online

ปราสาทแบบยุโรปแห่งเดียวบนเขาใหญ่ ของรศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

ที่พักตากอากาศแบบยุโรปบนเนื้อที่ 3 ไร่ รายล้อมด้วยบรรยากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี ณ เขาใหญ่

HELLO! ขอพามาเยือนที่พักตากอากาศหลังงาม ปราสาทแบบยุโรปทรงสูงตระหง่านสร้างด้วยอิฐก้อนหนาสีน้ำตาลแดงบนเนื้อที่ 3 ไร่ ที่อวดโฉมอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี ที่รายล้อมด้วยบรรยากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี ณ เขาใหญ่ ของ รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ตลอดระยะเวลาสามสิบปีที่เจ้าพ่อสวนดุสิตโพล เดินทางไปทั่วทุกมุมโลก เขาหลงใหลในเสน่ห์อารยธรรมของดินแดนต่างๆ ทำให้สะสมของที่ระลึกและของเก่าเรื่อยมา จนในที่สุดเกิดเป็นไอเดียที่มีความพิเศษไม่แพ้สถาปัตยกรรมของบ้าน โดยได้สร้างสรรค์เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวที่เสมือนคลังขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่บรรจุอยู่ในทุกรายละเอียดภายในบ้าน ซึ่งได้แยกย่อยเป็นคอนเซปต์ตามห้องต่างๆ ถึง 14 ห้องด้วยกัน

“แรงบันดาลใจหลักที่ทำให้ผมตั้งใจสร้างบ้านออกมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบปราสาทสไตล์ยุโรป เกิดจากการที่มักจะซื้อของที่ระลึกกลับมาไว้เป็นความทรงจำเวลาไปเที่ยว แต่ละครั้งต้องซื้อกลับมาสองสามกระเป๋าใหญ่ สะสมไว้เป็นจำนวนมากเก็บไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ในเมื่อผมตั้งใจจะสร้างบ้านอีกหลัง ซึ่งมีเนื้อที่เยอะพอสมควร จึงเกิดความคิดแตกยอดออกไปว่า น่าจะทำเป็นสถานที่รวบรวม ข้าวของสะสมต่างๆ ด้วย”

“ประกอบกับเมื่อครั้งที่ผมได้เดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษ ได้เห็นปราสาทเก่ารูปแบบต่างๆ ซึ่งผมชื่นชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น ด้วยความรู้สึกว่าน่าอยู่ จึงตัดสินใจสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบปราสาทเก่าของอังกฤษ”

ดีไซน์ที่ รศ. ดร.สุขุม พูดถึงนั้นก็คือ ตัวบ้านปราสาทเป็นทรงแปดเหลี่ยม ภายในมีบันไดเวียนขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ทั้งหมด 4 ชั้น และแต่ละชั้นมีห้องพักตกแต่งเป็นแบบนานาชาติถึง 14 ห้อง 14 ประเทศด้วยกัน โดยชั้นดาดฟ้าสามารถ ขึ้นไปชมความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งเห็นทั้งต้นไม้รอบล้อม และด้านหลังเป็นภูเขาให้อารมณ์เหมือนอยู่ในปราสาทจริงๆ

พื้นที่ชั้นแรก ซึ่งเป็นโถงโล่งกว้างจัดวางเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่นที่พรั่งพร้อมด้วยเครื่องเล่นโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ ซีดีเพลง และดีวีดีภาพยนตร์เรื่องต่างๆ มากมายไว้สำหรับต้อนรับแขกที่มาเยือน

ส่วนพื้นที่ชั้นบนเป็นห้องพักทั้งหมด 14 ห้อง แบ่งตามแต่ละประเทศ โดยชั้นสองแบ่งเป็นห้องนอนทั้งหมด 4 ห้อง มีห้องแอฟริกา อียิปต์ อิตาลี และสเปน ส่วนชั้นสามเป็นโซนประเทศแถบเอเชีย แบ่งเป็นห้องไทย ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ชั้นสี่เป็นห้องอังกฤษและฝรั่งเศส ชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้าให้สัมผัสถึงบรรยากาศของต้นไม้และภูเขาได้แบบพาโนราม่า ซึ่งจากชั้นดาดฟ้าจะมีบันไดลงอีกทาง ซึ่งสามารถเดินทะลุไปยังอีกตึกของปราสาทได้ ซึ่งจะมีห้องนอนอีกสี่ห้อง เป็นห้องอินเดียนแดง บาหลี สหรัฐอเมริกา และห้องทหาร

.

.

“ตั้งแต่การตกแต่งภายในแต่ละห้องจนถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การจัดวางตำแหน่งข้าวของตกแต่งต่างๆ ผมควบคุมเองทั้งหมด เพื่อให้ถ่ายทอดถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศจริงๆ ซึ่งแต่ละห้อง จะมีไฮไลต์ คือ การติดตั้งเพลงประจำชาติไว้ที่เครื่องเล่นเพลง เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึงบรรยากาศแต่ละห้องมากขึ้น แม้แต่เครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงการตกแต่งภายในห้องน้ำยังสอดคล้องกับแต่ละประเทศ ทั้งการเลือกเสื้อคลุมอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว ข้าวของเครื่องใช้กระจุกกระจิกยังเป็นของแต่ละชาติ ซึ่งกว่าจะลงตัวแบบนี้ก็ใช้เวลาก่อสร้างพร้อมตกแต่งนานถึง 6 ปีทีเดียว”

“ห้องสเปนถือเป็นห้องที่ผมภูมิใจ โดยดึงเอกลักษณ์เด่นของรูปแบบปราสาทโบราณในสเปนมาเป็นจุดเด่น เมื่อเข้าไปในห้องสังเกตได้ว่า สไตล์เพดานจะไม่ธรรมดา ออกแบบให้มีโซ่ขึงตลอดเพดาน ผนังมีการตกแต่งด้วยโล่และกระบองโลหะ ซึ่งเป็นของโบราณเกือบทั้งหมด ส่วนเตียงผมก็สั่งต่อขึ้นพิเศษ ออกแบบลวดลายหัวเตียงเป็นตราสัญลักษณ์ของสเปน

“นอกจากนี้ ในทุกห้องยังมีหนังสือข้อมูลท่องเที่ยวให้ได้ศึกษา เพื่อเสริมความรู้ของแต่ละประเทศให้แก่ผู้มาพัก ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศแต่ละประเทศนั้นจริงๆ การเปิดโลกกว้างโดยการท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางสายตา บันทึกเข้าไปในจิตใจ เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ซึ่งผมอยากให้ทุกคนได้สัมผัสเฉกเช่นเดียวกันกับผม”

“ผมเชื่อว่าทุกคนมีมุมสร้างความสุขให้ตัวเองแตกต่างกันไป สำหรับผมการได้ ผ่อนคลายอยู่กับครอบครัวจากช่วงเวลาการทำงานที่หนักหน่วง และได้อยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมที่รัก เป็นสิ่งที่วิเศษสุด”