ของพระราชทานแห่งราชสกุลอิศรเสนา ในการดูแลของพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา - HELLO! Magazine Online

ของพระราชทานแห่งราชสกุลอิศรเสนา ในการดูแลของพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

พระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ ยังคงคุ้มศีรษะลูกหลาน ‘อิศรเสนา’ ผ่านของพระราชทานแทนพระองค์

คุณพงศ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเข็ดกลัดพระบรมรูปคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากพระหัตถ์ 

หลังเสร็จงาน คุณพงศ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเข็ดกลัดพระบรมรูปคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากพระหัตถ์ นับเป็นบุญเหนือหัวแล้ว สำหรับเข็มกลัดพระราชทาน ถึงแม้ว่า จะไม่มีโอกาสได้กลัดทุกวัน แต่คุณพงศ์จะใส่ผ้าไหมไทยแทบทุกวัน และดูเหมือนความตั้งใจที่จะถวายงานฉลอง พระเดชพระคุณเจ้านายของเด็กวชิราวุธผู้นี้จะแรงกล้ามาก เขาจึงได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ให้ช่วยถวายงานสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสมอๆ

ช่วงหลายปีที่ทำงานถวาย พระองค์ได้พระราชทานเข็มกลัดพระนามย่อ ‘พร’ ให้ในหลายโอกาส แรกๆ ก็เป็นเพียงเข็มกลัดทองคำ ครั้นถวายงานนานขึ้น ก็พระราชทานเข็มกลัดลงยา ต่อมาเป็นเข็มกลัดฝังเพชรและทับทิมบนพระนามย่อ สุดท้ายก็เป็นเข็มกลัดฝังเพชรทั้งองค์บนยอดมงกุฎที่ถือว่าเป็นพระกรุณาธิคุณสูงสุด

ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ สิ้นพระชนม์ คุณพงศ์ก็มีโอกาสได้ช่วยท่านผู้หญิงในด้านต่างๆ เกี่ยวกับงานพระศพ ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ ได้แจกกระดุมที่รฤกแก่ ข้าราชบริพารทุกคน และเข็มกลัดพระนามย่อลงยาแก่แขกผู้มีเกียรติและข้าราชบริพารในพระองค์

“ถือเป็นของที่รฤกสำหรับเจ้านายที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วว่า เราเคยเป็นข้าฯ ของพระองค์ท่าน ได้มีเครื่องอะไรบ่งบอกให้รำลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป อันเป็นวัฒนธรรมไทยแต่โบราณที่เจ้านายจะประทานของที่รฤกเหล่านี้ ให้ข้าราชบริพารที่รับใช้พระองค์มาโดยตลอด”

“ช่วงพระราชทานเพลิง เกิดเหตุอัศจรรย์ มีสายฟ้าฟาดลงมา มองเห็นเหมือนฟ้าลงที่พระเมรุให้ทุกคนประจักษ์แก่ตาเลยว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินลงมารับพระราชธิดาในพระองค์ท่าน ‘วชิราวุธ’ (สายฟ้า) เป็นสัญลักษณ์แทนล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทุกคนก็รู้ และเสียงฟ้าฟาดดังมาก มองหลังพระเมรุเห็นเป็นเส้นเพชราวชิราวุธพาดลงมา เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่สุดแล้ว”

“ราชสกุล ‘อิศรเสนา’ ได้ถวายงาน ณ ใต้เบื้องพระยุคลบาทมาตั้งแต่ต้นกรุงฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาทุกรัชกาล คุณทวดของคุณพงศ์ เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา) ได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทถึง 3 แผ่นดิน เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี ในรัชสมัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ในตำแหน่งมหาดเล็กไล่กา มีหน้าที่คอยดูแลด้านความสะอาดในหมู่พระที่นั่งต่างๆ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นเป็นองคมนตรีในรัชกาลที่ 6 และรั้งตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงวังในสมัยรัชกาลที่ 7

“เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติพระนครหลังจากเสด็จประพาสทวีปยุโรปครั้งแรก คุณทวดยังดำรงตำแหน่งเล็กๆ เป็นหลวงสิทธิ์นายเวร ในวันที่เสด็จฯ กลับพระนคร คุณทวดไปยืนรอเฝ้าฯ รับเสด็จที่ท่าเรือพระที่นั่ง ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นคุณทวด ก็ทรงควักนาฬิกาพก Patex Philippe ที่ประทับพระปรมาภิไธยย่อ ‘จปร’ และมีพระราชกระแสรับสั่งกับคุณทวดว่า ‘เราไม่มีอะไรจะให้’ นาฬิกา Patex Philippe ไม่ว่าสมัยนั้น หรือสมัยไหน ก็เป็นนาฬิกาที่มีค่าสูง และนั่นเป็นของพระราชทาน”

แม้กระทั่งที่ดินที่ตั้งบ้านถนนพระอาทิตย์ ซึ่ง บุตรหลานอิศรเสนาพำนักมาหลายชั่วคน ก็เป็นที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และในหนังสือพระราชทานที่ดินแปลงดังกล่าว ก็มีข้อความตอนหนึ่งว่า “…แต่ผู้ ๑ ผู้ใดจะมาถืออำนาจอันนี้เพื่อคืนหรือแลกเปลี่ยนเอาที่บ้านรายนี้จากพระยา วรพงศ์พิพัฒน์ ฤๅจากผู้ ๑ ผู้ใดที่จะได้รับทรัพย์มฤดกของพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ต่อไปนั้นไม่ได้เป็นอันขาด…”

ข้อความข้างต้นแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยส่วนลึกขององค์ผู้พระราชทานที่ดิน ที่ทรงจะปกป้องคุ้มครองถึงชั่วลูกชั่วหลานของตระกูล ‘อิศรเสนา’ อันเป็นพระมหากรุณาที่หาที่สุดมิได้ คุณปู่ของคุณพงศ์ คือ พระยาอิศรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมหลวงสิริ อิศรเสนา) ก็รับราชการในกระทรวงวังรั้งตำแหน่งเดียวกับคุณทวด ที่เคยรั้งตำแหน่งมาจนถึงสมัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 7

“เมื่อคุณปู่ถึงแก่กรรม คุณแม่ผม (คุณบุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา) ก็เปิดเซฟมาเห็นกล่องบิสกิตอยู่ ข้างใน คนโบราณชอบเอาของใส่กล่องพวกนี้เวลาเก็บ เนื่องจากป้องกันความชื้นได้บางส่วน และมิดชิดพอสมควร พอคุณแม่เปิดออกมาก็พบกระดุม ‘จปร’ เนื้อเงินกะไหล่ทองฝังบนกระ (กระดองเต่าทะเล) และกระดุมอีก 5 เม็ดที่เอาลายแสตมป์มาทำกระดุม ผมเองก็พยายามสอบถามที่มา ก็ยังไม่เห็นมีใครมี สืบไปก็ยังไม่ได้ รู้แต่เพียงว่า น่าจะเป็นของพระราชทานมา เพราะในกล่องนั้นมีของพระราชทานอีกหลายอย่าง ชิ้นหนึ่งเป็นเข็มกลัดของสมเด็จพระพันปีหลวง เป็นรูปหมู ฝีมือช่าง Fabergé ของพวกนี้ โดยปกติแล้วถ้าอยู่ในพระนามย่อ คนธรรมดาทำไม่ได้อยู่แล้ว จะเป็นของพระราชทานให้เท่านั้น และต้องรับพระราชทานเท่านั้น ถึงจะติดได้ด้วยนะครับ”

พระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ ยังคงคุ้มศีรษะลูกหลาน ‘อิศรเสนา’ และได้รำลึกถึงจนทุกวันนี้ ผ่านของพระราชทานแทนพระองค์