“อภิชญา จั่นสัญจัย“ลูกไม้ใต้ต้นที่โตมากับศิลปะและงานออกแบบ - HELLO! Magazine Online

“อภิชญา จั่นสัญจัย“ลูกไม้ใต้ต้นที่โตมากับศิลปะและงานออกแบบ

ว่าที่จิวเวลรี่ดีไซน์เนอร์อนาคตไกลจากเวที GIT World’s Jewelry Design Award 2016

คุณแบม-อภิชญา จั่นสัญจัย สาวน้อยสดใสอารมณ์ดีในวัย 20 ปี ที่โตมาท่ามกลางครอบครัว “ครีเอทีฟ“ ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ และ การออกแบบ เลยกลายเป็นลูกไม้ใต้ต้นไปโดยปริยาย ดีกรีของเธอไม่ธรรมดาเพราะจบจากโรงเรียนรุ่งอรุณ และ มีความฝันตั้งใจที่จะบินลัดฟ้าไปเรียนไกลถึงสถาบันชื่อดังอย่าง Central Saint Martin ประเทศอังกฤษกันเลยทีเดียว

โรงเรียนรุ่งอรุณทำให้เธอกล้าใช้ชีวิตที่จะคิดแบบนอกกรอบไม่ต้องยึดติดตำรา โดยคุณแบมจะต่อยอดความรู้ที่ได้รับมาอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ค้นพบความถนัดเฉพาะตัวอย่างด้านศิลปะ และ ภาษา จนเธอตัดสินใจไปเรียนต่อที่ Central Saint Martin ส่วนอีกเหตุผลของคุณแบมที่จะไปเรียนต่อก็คือเธออยากตามรอยไอดอลของเธออย่างพี่ชายที่ได้เรียนอยู่ที่นั้น เลยยิ่งเป็นแรงบันดาลใจอย่างแน่วแน่อยากจะศึกษาต่อที่นี้ เธอเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่อยู่ม.5 ผ่านเอเจนต์ของมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย โดยสถาบันจะเป็นคนรวบร่วมแฟ้มผลงาน,ผลการเรียนรวมถึงเป็นคนนัดวันสัมภาษณ์ให้กับเราอีกด้วย สำหรับมหาวิทยาลัยศิลปะ และ การออกแบบแล้ว แฟ้มสะสมผลงานนั้นสำคัญมากที่สุดเพราะเขาจะจ้องอยู่แต่กับผลฃงานของเรา คุณแบมเองก็เลือกเอางานดีไซน์ทุกอย่างที่ชอบใส่เข้าไปในแฟ้มที่เธอทำขึ้นซึ่งงานนี้เธอออกแบบหน้าปกเองกับมือภายในเล่มยังมีงานมากถึง 300 กว่าหน้าให้กรรมการได้เลือกดูกัน โดยวันสัมภาษณ์กรรมการได้แนะนำให้สาวแบมลองเรียนรวมทุกอย่างดูก่อนก็แหม่!ดูเหมือนว่าความสามารถเธอจะมีเยอะหลายด้านจนกรรมการต้องบอกว่าเดี๋ยวค่อยมาเลือกอีกทีว่าอยากลงลึกในด้านไหน ซึ่งเมื่อสัมภาษณ์เสร็จเขาก็ประกาศผลกันวันนั้นเลย ปรากฎว่าสาวคนเก่งก็ทำสำเร็จสมความตั้งใจ

คุณแบมขณะค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อรังสรรผลงานจิวเวลรี่แสนสวยออกมาให้ได้ชมกัน

โดยตอนแรกคุณแบบบอกว่าเธอเรียน Foundation 1 ปี และ เตรียมตัวสอบเข้าเพื่อเลือกสาขาอีกที ในคณะ Diagnostic มีคนไทยเรียนด้วยประมาณ 10 คน ในเทอมแรกสาวแบมต้องเรียนทุกอย่าง ในคณะ คือ เรียนทั้ง Fine art,Graphic,fashion,3D ด้าน Architecture ก็มี product design และ จิวเวลรี่ พอเรียนไปได้สักพักเขาก็ให้เลือก 2 คณะสำหรับสอบเข้าอีกทีซึ่งเป็นการสอบหลายขั้นมาก โดยคุณแบมได้เลือก กราฟิก ละ จิวเวลรี่ เราเรียนอย่างละ 1 อาทิตย์ แล้วก็สอบเข้าอีกที จนปลายเทอมถึงจะได้เรียนจิวเวลรี่ทั้งเทอม โดยเขาจะค่อยคัดคนออกถ้าใครไม่ผ่าน ก็ต้องไปเรียนคอร์สอื่น หรือ คอร์สที่คนยังไม่เต็มแทนซึ่งยิ่งเป็นการกระตุ้นตัวเองยิ่งขึ้นไปอีกว่าต้องทำให้ได้ ความคิดแรกเธอเปลี่ยนทันทีเมื่อได้มาลองสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับงานจิวเวลรี่จริงๆ เพราะในตอนแรกสาวแบมคิดว่า จิวเวลรี่ต้องเชยๆแบบตามร้านขายอัญมณีทั่วไปที่ดูเป็นผู้ใหญ่แต่พอได้มาเรียนที่นี่แล้วความคิดก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อได้มาลองสัมผัส และ เรียนรู้เกี่ยวกับงานจิวเวลรี่จริงๆ เพราะ Saint Martin เปิดกว้างมากจะใช้วัสดุอะไรก็ได้ เธอยังได้บอกกับเราอีกว่า “จะใช้ขยะมาทำยังได้เลยคะ” เราคิดว่าจิวเวลรี่เป็นแค่แหวน สร้อย กำไลแต่ที่นี้เขาสอนว่าจิวเวลรี่เป็นอะไรก็ได้ที่อยู่บนร่างกายเรา คือ เราสามารถครีเอทได้อย่างอิสระสุดๆ 

คุณแบมขณะทำเวิร์คช็อปจิวเวลรี่อยู่ที่ Central Saint Martin

จนช่วงพักร้อนที่กลับมาประเทศไทยก็เห็นประกาศของโครงการนี้เลยเกิดนึกสนใจ และ อยากฝึกฝีมือดูเลยตัดสินใจสมัคร และ สามารถผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในงานประกวดออกแบบจิวเวลรี่ของสถาบันวิจัย และ พัฒนาอัญมณี และ เครื่องประดับแห่งชาติของไทย (GIT ) เมื่อเธอมั่นใจแล้วว่าจะเอาดีทางด้านจิวเวลรี่ดีไซน์ เธอจึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจังไม่เพียงแต่ในห้องเรียน แต่ยังไขว่คว้าหาโอกาสเพื่อฝึกปรือฝีมือ และสร้างชื่อเสียงในฐานะนักออกแบบจิวเวลรี่ให้กับตัวเองอีกด้วย 

ผลงานการออกแบบของคุณแบม-อภิชญา จั่นสัญจัย

โดยโจทย์การประกวดในครั้งที่ 10 คือ “PERFECT 10 Playful and Luxurious Designs” คือ ดีไซน์ที่มีความสนุกสนานผสมผสานเข้ากับความหรูหรา ถือว่าเป็นความถนัดของคุณแบมเลยก็ว่าได้ ซึ่งทาง GIT เปิดกว้างให้นักออกแบบรุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลกร่วมส่งผลงานเข้าประกวดที่งานนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 396 ผลงาน โดยการออกแบบจะต้องออกแบบจิวเวลรี่ทั้งหมด 3 ชิ้น และ วาดลงบนกระดาษขนาด A3 คุณแบมได้รังสรรออกมาเป็นสร้อยคอ ตุ้มหู แหวน ที่เลือกใช้วัสดุพวกพลอยเพนท์สีแชมเปญ พิงก์โกลด์ ธีม คือ การเฉลิมฉลองครบรอบ 1ทศวรรษ มีแชมเปญ  ซึ่งทุกคนชนแก้วกันแล้วก็มีพลุทั้งหมด 10 ดอกเหมือนครบรอบ10 ปี แล้วมีความหรูหราอยู่ด้วยในตัวเป็นทั้งความสนุกสนาน และ มีกิมมิกตรงพรายฟองที่มันพวยพุ่งออกมา ประกอบกับเราใช้วัสัดุที่หรูรหราด้วยแล้วทำให้ไอเดียบวกกับฝีมือที่เหนือชั้นเลยเข้าตากรรมการจนสามารถผ่านเข้ารอบ 10 แบบวาดสุดท้ายได้รับการสนับสนุนให้ผลิตเป็นเครื่องประดับจริง โดยทางสถาบันวิจัย และ พัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เตรียมโชว์ผลงานในงานใหญ่ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมนี้ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และ รางวัลเงินสดกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สาวแบมเองก็แอบหวังอยู่เบาๆว่าอยากจะชนะการประกวดในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งในอนาคตเธอยังมีแพลน ที่จะขอทำธีสิสต่อให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมานั่งดูอีกทีว่าเธอจะเรียนต่อปริญญาโท หรือ อาจหาประสบการณ์จากการทำงานในบริษัทจิวเวลรี่ในต่างประเทศก่อนแล้วถึงกลับมาสร้างแบรนด์ของตัวเองที่เมืองไทยอีกที พร้อมทั้งยังบอกอีกว่าจะเธอจะเป็นจิวเวลรี่ดีไซเนอร์อย่างเต็มตัว  พร้อมอยากเปลี่ยนความคิดของทุกคนที่ว่า จิวเวลรี่เป็นเครื่องประดับที่เหมาะกับคุณหญิงคุณนาย หรือว่าคนมีอายุเท่านั้น แต่จริงๆเครื่องประดับเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถใส่ได้อีกทั้งเธอยังอยากทำจิวเวลรี่ที่มีดีไซน์ที่สนุกไม่น่าเบื่อ ยังไงสาวๆที่มองหาเครื่องประดับอยู่ก็อย่าลืมรออุดหนุนว่าที่จิวเวลรี่ดีไซน์เนอร์อนาคตไกลกันนะคะ