ละเอียดสมความเป็นไทย!พสกนิกรทั่วทุกภาคร่วมแปรอักษรถวายอาลัย - HELLO! Magazine Online

ละเอียดสมความเป็นไทย!พสกนิกรทั่วทุกภาคร่วมแปรอักษรถวายอาลัย

9 จังหวัด เหนือกลางใต้อีสานต่างพากันร่วมใจแปรอักษรสุดตระการตา

ซาบซึ้งทุกความรู้สึก! เมื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภาคต่างร่วมใจกันถวายความอาลัยโดยการแปรอักษรซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของคณะผู้บริการ สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการและบุคลากรทั่วไปทุกจังหวัดเลยก็ว่าได้ โดยกรุงเทพมหานครนำโดย พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ ได้นำบรรดาข้าราชการออกมาร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกทั้งมีการยืนไว้อาลัย 89 นาที และ การแปรอักษรเป็นตัวเลข ๙ ซึ่งสามารถทำออกมาได้สวยตระการตามาก

สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครฯ กับการแปรอักษรเลข ๙ สีดำ (ภาพจาก:สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร)

ตัวเลข ๙ สีดำพร้อมด้วยตัวอักษร กทม.สีขาวล้อมกรอบด้วยสีกากี เป็นความสวยงามที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกว่า 3,500 คนร่วมกันสร้างเป็นภาพประวัติศาสตร์ เพื่อถวายความอาลัยและแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ชาวปทุมฯต่างร่วมกันแปรอักษรกว่าหมื่นคน (ภาพจาก:เพจโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี)

จังหวัดปทุมธานี ร่วมกันถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยการแปรอักษร “รักพ่อ ปทุมธานี” ใต้พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และเป็นการถวายความอาลัยโดยข้าราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ทั้งหมดจำนวน 14,000 คน ซึ่งทุกคนได้ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้เหนือศีรษะของทุกคนขณะการแปรอักษรด้วย

ชาวขอนแก่นกับการแปรอักษรเป็นริบบิ้นเพื่อแสดงความอาลัย (ภาพจาก:Knonkaenlink.info)

ความพร้อมใจของชาวขอนแก่น! ที่ได้ร่วมกันแปรอักษรเป็นริบบิ้นสีขาวและสีดำ เพื่อแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ล้วนเกิดจากความตั้งใจจริงเพื่อน้อมรำลึกถึงน้ำพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมทั้งกล่าวคำอาลัยด้วยการร่วมกันเปร่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในตอนสุดท้ายของกิจกรรม

การแปรอักษรของชาวชัยนาทโดยแปรเป็นคำว่า "ชัยนาทรักพ่อ" (ภาพจาก:สำนักข่าวแห่งชาติ)

หน้าศาลากลางจังหวัดนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พระสงฆ์ ผู้นำศาสนา นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนในจังหวัดชัยนาท กว่า 18,000 คน ร่วมกันแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและร่วมกันแปรอักษรคำว่า"ชัยนาท รักพ่อ" โดยมีเลข ๙ อยู่ในหัวใจสีขาวล้อมรอบด้วยสีดำเป็นเส้นริ้ว ซึ่งทำออกมาได้ยิ่งใหญ่ และ สวยงามมากทีเดียว

การแปรอักษรของจังหวัดนครสวรรค์ (ภาพจาก:Mrdia studio)

พสกนิกรและข้าราชการชาวจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ ที่มีสีขาวล้อมรอบด้วยวงกลมสีดำ และด้านล่างยังมีการแปรรูปมังกรสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพื่อแสดงถึงความอาลัยที่ชาวนครสวรรค์มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างหาที่เปรียบมิได้ ยิ่งใหญ่อลังการสมความเป็นดินแดนมังกรจริงๆ

ยามค่ำคืนที่ศรีสะเกษกับภาพแปรอักษรเพื่อถวายความอาลัย (ภาพจาก:Media studio)

พี่น้องชาวศรีสะเกษร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวแปรอักษรโดยการจุดเทียนชัยเป็นเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัว พร้อมกันนี้ยังจัดให้มีการลงนามแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ด้วย 

รูปขวานทองคำกับคำว่าพ่อที่อยู่ในการแปรอักษรที่สุราษฏร์ธานี (ภาพจาก:Media studio)

ชาวสุราษฎร์ธานีรวมตัวกันกว่า 20,000 คน ร่วมกันร้องเพลงชาติไทยและแปรอักษรเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมาหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยการแปรอักษรครั้งนี้มีรูปแบบเป็นแผนที่ประเทศไทยที่มีคำว่า"พ่อ"สีดำอยู่ภายในซึ่งเก็บรายละเอียดได้งดงามสมความเป็นไทยมากทีเดียว

  ช้างชูเลข ๙ ไทยประทับอยู่ใจกลางรูปหัวใจที่ชาวสุรินทร์ร่วมกันสร้างขึ้น (ภาพจาก:Media studio)

ชาวสุรินทร์ทั่วทั้งจังหวัดกว่า 7,000 คน ร่วมกันสวมชุดไว้ทุกข์สีขาว-ดำ ร่วมตัวกันแปรอักษรช้างแฝดชูเลข ๙ ประทับอยู่ใจกลางรูปหัวใจ เพื่อแสดงความอาลัยที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ซึ่งยังสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบจนวันนี้

อาชีวหนองคายร่วมใจกันแปรอักษรเป็นรุปเลข ๙ ล้อมรอบหัวใจ (ภาพจาก:อาชีวหนองคาย)

มาถึงจังหวัดสุดท้ายที่เรานำภาพมาให้ได้ชมความสวยงามกัน คือ จังหวัดหนองคาย ที่พสกนิกรต่างร่วมใจกันแปรอักษรออกมาเป็นเลข ๙ ตัวใหญ่ล้อมรอบด้วยหัวใจ โดยตอนที่แปรอักษรนั้นทุกคนได้ก้มกราบลงกับพื้นเพื่อแสดงถึงความอาลัยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย ถือเป็นการแปรอักษรที่งดงามมาก

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาเกิน 1 เดือนแล้วที่บ้านเราไม่มีพ่ออยู่แล้วแต่ความรักและความอาลัยที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกลับมิได้ลดลง หรือเสื่อมคลายเลยแม้แต่น้อย