รักครั้งสุดท้าย ของ “สิเรียม เทต” - HELLO! Magazine Online

รักครั้งสุดท้าย ของ “สิเรียม เทต”

อัพเดทชีวิตครอบครัวและการกลับมาอีกครั้งในบทบาทใหม่

สำหรับแฟนละครแล้วต้องถือว่าคุณแอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ อดีตนางเอกระดับแถวหน้าคนนี้ห่างหายจากวงการบันเทิงไทยไปนานพอสมควร  กลับมาคราวนี้เธอจึงเปิดใจกับ HELLO! ถึงทุกเรื่องราวให้ได้หายคิดถึง

“จริงๆ ไม่ได้หายไปไหนนะคะ ยังทำงานตลอด มีธุรกิจส่วนตัวที่ต้องดูแลเหมือนเดิม เพียงแต่แอนเลือกวิธีการดำเนินชีวิตให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปตามวัยเราที่มากขึ้น ไม่เคยคิดว่าจะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศเลย แต่ลอนดอนให้ชีวิตที่สงบสุข และให้ความเป็นส่วนตัวในชีวิตมาก”

 
 

ความรักครั้งสุดท้ายกับคุณจัสติน เทต นักธุรกิจการเงินหนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ ชายผู้กุมหัวใจของคุณแอน และทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานอีกครั้ง

“แอนกับผมพบกันโดยบังเอิญที่รีสอร์ทของผมซึ่งเธอกับเพื่อนๆ ผมมาพัก ผมไม่รู้เลยว่าแอนเป็นนักแสดง แต่ก็สงสัยว่าทำไมพนักงานทุกคนดูตื่นเต้นมากเมื่อเห็นเธอ”

แล้วโชคชะตาฟ้าลิขิตก็ทำให้ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ขณะที่คุณจัสตินกำลังจ๊อกกิ้งอยู่ในไฮปาร์คที่ลอนดอน สายตาก็พลันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่เช่นกัน แม้จะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว แต่คุณจัสตินก็จำเธอได้ไม่เคยลืม เขาเข้าไปทักเธอจากนั้นแความสัมพันธ์ที่ส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

“แอนเองก็ไม่ได้ปิ๊งเขาเลยค่ะ” เสียงคุณแอนที่นั่งฟังสามีรำลึกความหลังมาพักใหญ่ดังขึ้นบ้าง “แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เข้ากันได้ ได้เจอกันบ่อยๆ ก็รู้สึกอบอุ่น จัสตินเป็นสุภาพบุรุษ เขาให้เกียรติแอนมาก จนเรารู้สึกแปลกใจกับการปฏิบัติขนาดนี้จากผู้ชายคนหนึ่งที่เขาทำให้เรา แต่เนื้อแท้เขาเป็นคนอย่างนั้น เพราะเขาก็ปฏิบัติเช่นนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ วันหนึ่งเราก็เห็นความจริงว่า ‘ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างกันไม่จำเป็นต้องหล่อก็ได้นี่นา จัสตินเป็นผู้ชายธรรมดาที่มีมารยาทงดงาม นี่ต่างหากเสน่ห์ของผู้ชาย’

“ทีแรกก็กังวลเหมือนกันเพราะนี่คือการแต่งงานครั้งที่ 3 ของแอน ส่วนตัวแอนไม่ได้คิดมากในจุดนี้ แต่การที่เราเป็นคนสาธารณะมาทั้งชีวิตก็อดแคร์สังคมไม่ได้ว่าจะมองเรายังไง จะคิดกับเราแบบไหน อย่างข่าวที่ออกมาว่าแอนซุ่มแต่งงานเงียบที่เมืองนอก แอนไม่ได้แอบและไม่ได้คิดปกปิดนะคะ เพียงแต่เราไม่ได้มีผลงานในวงการ ก็ไม่รู้ว่าจะไปโทรบอกใคร หรือต้องเชิญใครมาทำข่าวทำไม แล้วจัสตินเองเขาก็ไม่ได้อยู่ในวงการ แอนก็ไม่อยากให้ชีวิตส่วนตัวของเขาต้องหายไปเพราะเรา”

 

 

ซึ่งด้านลูกสาวอย่างน้องนนนี่ คุณนนลนีย์ ภักดีดำรงฤทธิ์ โอแกน ที่กลายเป็นสาวเต็มตัวและเป็นนักศึกษาเมืองผู้ดีอยู่ในขณะนี้ ก็ไฟเขียวให้กับคุณจัสตินสุดๆ

“หนูเห็นทั้งสองคนคบหากันนานหลายปีก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน ซึ่งหนูจะไม่ใช่เด็กที่จะคอยตั้งแง่ว่าหนูไม่ชอบคนนี้ คนนั้น เพราะหนูจะมีความสุขถ้าเห็นแม่แฮปปี้ เพราะสุดท้ายยังไงเราแม่ลูกก็ต้องอยู่ด้วยกัน และหนูก็คิดเสมอว่า แม่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หนูอยู่แล้ว เมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ก็ขอแค่แม่แฮปปี้เป็นพอ ตลอดชีวิตหนูทุกอย่างที่แม่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เหมือนเดิม ไม่มีอะไรพิเศษที่หวือหวา แต่ทุกสิ่งที่แม่ทำให้หนูเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้ใช้ชีวิตด้วยกันมา พูดง่ายๆ ว่าแม่มีแต่ให้ และให้หนูมาทั้งชีวิต”

สำหรับความรู้สึกของน้องนนนี่ที่คุณจัสตินก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคุณแอนกับเธอ

“หนูว่าดีนะคะเพราะทำให้หนูรู้สึกว่าเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เขาทำหน้าที่พ่อได้สมบูรณ์ เขาดีกับหนูและแม่มาก เขาให้สิ่งดีๆ กับหนู ปฏิบัติกับหนูเหมือนที่พ่อทำกับลูก เขาให้หนูมีส่วนร่วมและนึกถึงหนูเสมอ ทำให้หนูมีความสุขมาก

 

 

สำหรับบทบาทการเป็น ‘มิสซิสเทดด์อินลอนดอน’ นั้นคุณแอนนักแสดงที่เล่นมาทุกบทบาทยอมรับว่าต้องเรียนรู้และปรับตัวพอสมควร

“สังคมที่นั่นทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองค่อนข้างเยอะ อย่างง่ายๆ แค่การดินเนอร์ มีพิธีการค่อนข้างเยอะ แอนถึงกับต้องไปเทกคอร์สเพื่อให้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น”

ล่าสุดคุณแอนกลับสู่วงการบันเทิงด้วยการเปิดบริษัท 914 เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผลิตละครเรื่องเสน่หามายาให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ที่กำลังจะปิดกล้องในเร็วๆ นี้

“ที่ผ่านมามีคนชวนเล่นละครตลอด แต่แอนก็ลังเลอยู่หลายปี ที่ตัดสินใจกลับวงการเพราะตั้งใจจะเป็นผู้จัดละคร แต่พอทางช่องถามว่าแล้วแอนไม่เล่นด้วยเหรอ ก็เลยตกกระไดพลอยโจนค่ะ (หัวเราะ) ทำควบสองหน้าที่เลย เอาเข้าจริง ยากมากค่ะไม่ง่ายอย่างที่เราคิดไว้เลย รู้สึกว่าตัวเองหน้าแก่ไปเลยค่ะ”

“ชีวิตแอนตอนนี้ทุกอย่างลงตัวมาก ไม่รู้สึกอยากคิดกลับไปแก้ไขอะไรในชีวิต เพราะเมื่อเราก้าวผ่านมาได้แล้ว อุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาเป็นบทเรียนที่เข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเรา โอกาสผ่านเข้ามาหาเราเสมอ เพียงแต่อย่ามองข้ามและต้องให้โอกาสตัวเอง ทุกอย่างในอดีตเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า ขอแค่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด”