‘สาม R’ เคล็ดลับที่ช่วยให้ลูกน้อยกินอาหารได้ครบถ้วน - HELLO! Magazine Online

‘สาม R’ เคล็ดลับที่ช่วยให้ลูกน้อยกินอาหารได้ครบถ้วน

เมื่อมื้อเช้ากลายเป็นสังเวียนเดือด มื้อกลางวันกลายเป็นมื้อบูดบึ้ง และมื้อเย็นเป็นวาระสูบพลังของทุกคน

การได้นั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าครอบครัวควรจะเป็นช่วงเวลาแสนสุข เราต่างรู้ดีถึงความสำคัญของอาหารที่สมดุลโดยเน้นผักผลไม้ โดยเฉพาะกับเด็กๆ แต่วิธีการที่นุ่มนวลปลอดศึกในการสร้างนิสัยกินดีมีประโยชน์ให้ลูกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นักวิจัยกลุ่มหนึ่งเรียกวิธีการดังกล่าวว่า‘สาม R’

งานวิจัยนี้เป็นของมหาวิทยาลัย Aston and Loughborough ประเทศอังกฤษ ที่ระบุว่า วิธีการทำซ้ำๆ (Repetition) การทำเป็นแบบอย่าง (Role modeling) และการให้รางวัล (Rewards) ในระหว่างมื้ออาหารจะช่วยกระตุ้นให้เด็กยอมและมีความสุขกับการลิ้มลองผักชนิดใหม่ๆ อันจะมีผลต่อสุขภาพในระยะยาวของพวกเขา

“การไม่รับประทานผักและผลไม้เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของกรณีการเสียชีวิตทั่วโลก” ดร.แคลร์ ฟาร์โรว์ จากสถาบันวิจัย Aston Research Centre for Children’s and Young People’s Health กล่าว “การรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลากหลายชนิด รวมถึงภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน เบาหวาน และโรคอ้วน แต่เด็กๆ ในอังกฤษก็ยังไม่ได้กินผักผลไม้เพียงพอ มีเพียงราวๆร้อยละ 20 เท่านั้น ที่รับประทานผักผลไม้ได้ถึง 5 ส่วนตามที่หลักโภชนาการแนะนำ”

 

วิธีการทดลอง

แม้แต่ลูกที่ไม่เลือกกิน หากคุณช่วยให้เขากินผักและผลไม้ได้มากขึ้นก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดี และสามารถใช้เทคนิค‘สาม R’ ได้เช่นกัน นักวิจัยกลุ่มนี้พบว่า การให้เด็กเห็นอาหารบางชนิดซ้ำๆ โดยคุณรับประทานให้ดูก่อนจากนั้นบรรยายรสชาติความอร่อย และชมเชยพร้อมกับให้รางวัลเมื่อลูกยอมลองรับประทานดู เป็นกระบวนการที่ช่วยเปลี่ยนทัศนคติต่ออาหารของเด็กในเชิงบวก ให้เขาหันมาชอบและรับประทานผักที่ตนเคยปฏิเสธได้อย่างน่าทึ่ง

การทดลองที่มีเด็กจำนวน 115 คน อายุระหว่าง 2 - 4 ขวบ เป็นกลุ่มศึกษา พบว่าเด็กที่ใช้วิธี ‘สาม R’ ด้วย หันมารับประทานผักถึง 4 กรัมโดยเฉลี่ยต่อวันเมื่อสิ้นสุดการทดลองระยะเวลา 14 วัน เทียบกับที่เคยรับประทานเพียง 0.6 กรัมเท่านั้น นั่นหมายถึงเพียงสองสัปดาห์ก็บรรลุผล เด็กทุกคนผ่านกระบวนการทดลองที่บ้าน ทำโดยผู้ปกครองของตนเอง แต่ผลที่ได้กลับสอดคล้องกับการทดลองอื่นๆที่เคยทำในโรงเรียน

ในขณะที่อยู่บ้าน พ่อแม่สามารถแก้ปัญหาและสร้างนิสัยการกินเพื่อสุขภาพที่จะคงอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต “การเข็นให้ลูกกินอย่างสมดุลและมีประโยชน์ อาจเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับครอบครัว ในช่วงที่ลูกเข้าสู่วัยเตาะแตะ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่เขาจะจู้จี้และไม่ยอมลองอาหารชนิดใหม่ โดยเฉพาะผักต่างๆ” ดร.ฟาร์โรว์อธิบาย “นี่เป็นพัฒนาการปกติของเด็ก แต่มันก็อาจพัฒนาไปเป็นนิสัยเลือกกิน ที่ทำให้เด็กเลือกที่จะไม่กินอาหารหลายอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ

“ครอบครัวมักต้องการคำแนะนำที่เป็นวิทยาศาสตร์ซึ่งพิสูจน์ได้ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นแล้วว่า การให้เด็กเห็นผักหลากชนิดอยู่ตรงหน้า การให้รางวัลเมื่อยอมรับประทาน และการรับประทานผักอย่างเอร็ดอร่อยให้ดูเป็นตัวอย่าง เมื่อทำควบคู่กันจะช่วยให้เด็กยอมทดลองชิมและรักผักหลากชนิดที่เคยไม่ชอบได้ในที่สุด”

ดร.ฟาร์โรว์กล่าวสรุปด้วยใจความสำคัญว่า “พบว่านิสัยการรับประทานเป็นสิ่งที่ส่งผ่านจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ ดังนั้นการนำเสนอผลไม้และผักนานาชนิดให้เด็กตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะสอนให้เขากินดีมีสุขภาพไปจนถึงช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่”

........................................................................................................

PHOTOS: PHOTOALTO/ REX SHUTTERSTOCK